sport

สวัสดีคร้าบบ หลังจากเขียนเอ็นทรีเล่าเรื่องจนเป็นที่น่าน้อยใจมาแล้ว (ไม่มีคนคอมเมนท์เล้ยย)
วันนี้ก็มีรูปส่งตรงมาจากพี่อิฐและพี่หนุ่มมาแล้วครับ

ผมก็ขอเอามาเป้นน้ำจิ้มๆ ให้มิตรรักแฟนบล็อกได้เชยชมกันซะหน่อย

เริ่มจาก.. ขั้นการเตรียมรถก่อนไปเข้าป่า
ที่เห็นในรูป ใส่เสื้อแข่งสองท่านนั้น คือคุณตาผู้ที่จะมานำทางเราครับ (ถึงอายุเยอะ แต่ฟิตมากๆ)



อันนี้เป็นตอนนั่งพักในป่าครับ.. หมดแรง..


จะไม่ให้หมดได้ไง.. ก็ทางเล่นเอาต้องเข็นกันแบบนี้


ส่วนภาพสุดท้าย ก็ขอเอาไว้ตอบคำถามที่หลายคน (หลาย?) สงสัยว่า เอาจักรยานไปกันยังไง


ยังมีภาพอีกเยอะมากนะครับ ตามไปดูที่กระทู้ได้เลย (เอามาลงเยอะเดี๋ยวไม่มีคนสนใจอีก.. งอนล่ะ )
// กดที่รูปก็ไปที่กระทู้นั่นแหละ ดูรูปใหญ่ๆ สะใจๆ ได้หลายรูปเลย คลิกๆๆๆ

อ่ะ.. ว่าไปแล้ว แถมอีกรูป.. รูปพี่ด็อกสุดหล่อ (เห็นว่ามีคนอยากเห็น).. แต่คนไหนม่ะบอกนะ 555

(แต่ผมว่า คนข้างๆ พี่ด็อกหล่อกว่านะ เสื้อน้ำเงินๆ อ่ะ)

-----------
จบเรื่องนี้ ต่อกันเรื่องชวนกู้โลก
จาก.. Music Video อันนี้
นั่งดูไปหลายรอบ.. ผมก็เพิ่งจะบรรลุ.. รู้ว่า ไอ้ save the world หมายถึงอะไร!!

หากท่านยังงง.. เราขอแนะนำดังนี้
- the world ของมนุษย์นั้นหนา จะยังเป็น world ที่สดใสอยู่ได้นั้น ก็จะต้องมี.. "มนุษย์"
- ดังนั้นการกู้โลกในอีกความหมายนึงก็คือ.. การจำต้องดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของมนุษย์!!
- หนึ่งในวิธีที่เราทั้งหลายจะช่วยกันกู้โลกได้ใน 4 นาทีก็คือ.... การช่วยกันผลิตมนุษย์!

ฮะฮะฮะฮะฮ่า เอิ้กๆๆๆ.. เพราะฉะนั้น.. ใครอยากมาช่วยผมกู้โลกบ้าง?
// ว่าแต่.. สี่นาทีนี่... มันสั้นไปม่ะ

เปิดซิง.. ซิ่งภาคสอง

posted on 07 Apr 2008 15:47 by ipats
สวัสดีครับ.. หายหน้าหายตาไปหลายวัน (ตั้งวันนึงแหนะ!!)
ก็ไม่ได้ไปไหน.. ตะลอนๆ แรดไปวันๆ เพื่อนฝูงเยอะ เอิ้กๆ :p

เริ่มแรกก่อนเข้าเรื่อง.. มีคนท่านค่อนขอดมาว่า.. ชื่อหัวเรื่องคราวที่แล้วผมพิมพ์ผิด!!
จริงๆ มันต้อง "ซิง" แต่ผมพิมพ์เป็น "ซิ่ง"

แหมม.. อยากจะบอกเหลือเกินว่า ผมไม่ได้พิมพ์ผิดหรอกครับ
แต่.. ผิดตั้งแต่ผันวรรณยุกต์เลยหล่ะ ฮ่วย - -"
ก็ไม่เป็นไรครับ.. ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านเก่ง สามารถเข้าใจผมได้เป็นอย่างดี

มาคราวนี้ เพื่อกันความผิดพลาด ผมเลยใส่หัวเรื่องมันซะสองคำเลย
ฮ่ะฮ่าฮ้าาา (แถจริงๆ อีตานี่)

อ่ะ มาเข้าเรื่องต่อ

หลังจากคืนวันศุกร์ กลับมาเหนื่อยๆ จากพระรามแปด ผมก็นั่งเม้าท์และเมากับพี่ๆ เค้าต่อ
จนได้เวลาอันสมควร หัวเริ่มหนักๆ ก็เลื้อยไปนอนเกลือกกลิ้งเก็บแรงไว้ไปทริปต่อ

นอนๆ ยังไม่ทันรู้สึกได้ว่าหลับ.. ก็ลืมตาขึ้นมา... เฮ๊ย จะหกโมงแล้ว!! (นัดหกครึ่ง)

หลังจากเตรียมตัวๆ (จำไม่ได้ล่ะว่าทำไรไปกันมั่ง กำลังมึนๆ ง่วงๆ)
สรุปความได้ว่า ผมก็ได้ขึ้นรถปิกอัพจากบ้านพี่ด็อกมุ่งหน้าปลายทางเลย
ขณะที่มีบางท่านโชคดีได้วอร์มอัพก่อน ด้วยการปั่นจักรยานไปบ้านพี่คนอื่น
เพื่อทำการบรรทุกขึ้นรถยนต์กันอีกต่อ

และนี่ก็คือจุดหมายปลายทางครับ มันคือบริเวณสวนเขาไม้แก้ว ใกล้ๆ วัดถ้ำประทุน



หลังจากแวะทานข้าว และแวะชมวิวไปหลายจุด (แปลได้ว่าหลงทางนั่นเอง)
ในที่สุด เราก็ได้มาถึงจุดหมายกันเป็นคันแรกเลย.. ก็นั่งรอคันอื่นๆ มากันครบ
เอาจักรยานลงประกอบ เตรียมความพร้อม

งานนี้มีเจ้าถิ่นเป็นคุณตา อายุทราบมาว่าหกสิบไปแล้ว
แต่ยังแข็งแรงเป็นนักปั่นมืออาชีพมาช่วยนำทางขึ้นเขาให้ (เห็นแล้ว เด็กยี่สิบอย่างเราอาย)

ก่อนเริ่ม ผมก็ไปปั่นๆ เล่น ลองรถก่อนเนื่องจากว่า.. ไม่เคยขี่จักรยานมีเกียร์เลย
คือรอบนี้ผมได้ Trek 4300 มาใช้ เป็นจักรยานแบบมีเกียร์ (ถ้าจำไม่ผิด มันจะมี 24 เกียร์)
ปกติปั่นสตรีท จะได้ใช้ Specialized P3 ซึ่งเป็นแบบ single speed

พี่เค้าก็แนะนำว่า.. มันมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์ ทั้งหมดสี่อัน ซ้ายสอง ขวาสอง
อยู่ที่แฮนด์แต่ละข้าง ข้างซ้ายก็เป็นของเฟืองหน้า ขาวก็เฟืองหลัง ตรงกับเบรค จำง่าย
ที่จำยากคือ แต่ละข้างจะมีสองปุ่ม เอาไว้เลื่อนโซ่ให้ไปใบเฟืองที่ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง

อันนี้แรกๆ ก็ต้องมีคิดกันหน่อย คือ
ถ้าเฟืองหน้าเล็กลง จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าใหญ่ขึ้นก็กลับกัน

กลับกันกับข้างหลัง คือ
ถ้าเฟืองหลังใหญ่ขึ้น จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าเล็กลงก็กลับกัน

ก็ตามหลักอัตราทดตามจำนวนฟันนั่นหล่ะครับ เป็นการส่งแรงจากเฟืองหน้าไปเฟืองหลัง
คิดแล้วนึกถึง τ (Torque) กะ ω (Angular velocity) ตอนทำงานที่ TTET จริงๆ... สยอง~~

หลังจากลองๆ ปั่น และเปลี่ยนเกียร์จนเริ่มโอเค และพี่ๆ เค้าพร้อมกันหมด..
เราก็เริ่มต้นกันตอนประมาณสิบเอ็ดโมง เส้นทางในป่าก็มีระยะทางรวมประมาณ 12km
(ดูเหมือนน้อยกว่า 35km เมื่อคืน.. แต่โหดกว่ามากๆ)

เส้นทาง แรกๆ ก็มันๆ ดีครับ มีขึ้นเล็กน้อย พอปั่นได้ แล้วก็มีลงองศาเล็กๆ ให้ไหลๆ พอเอามัน
แล้วมันก็เริ่มชันขึ้นๆ คุณตาที่มานำทาง (มีสองคน คนนึงนำ คนนึงปิดท้าย)
คนที่ปิดท้าย ซึ่ง อยู่ใกล้ผม (เพราะผมโหล่สุด เอิ้กๆ) ก็บอกว่า ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ
...ผมอ่ะไม่ได้รีบหรอกครับ ใจก็เย็น แต่มันเต้นไม่เป็นจังหวะเลยหน่ะซิ
// สงสัยต้องเปิดเพลงบี้ฟังไปด้วย.. มาเล่นในใจฉันเต้นแบบนี้ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม - -"

เส้นทางบางช่วงก็ขึ้นชันมาก จนใช้เกียร์ต่ำสุด (เค้าเรียกต่ำสุดป่ะ?) ก็ยังขึ้นไม่ไหว ต้องจูงๆ เอา
ส่วนช่วงที่ลงชันมากๆ พวกพีเค้าก็ไถลลงกันสนุกสนาน ส่วนผม.. ขอจูงลงอย่าสนุกสนานดีกว่า แหะๆ

แต่ช่วงไหนที่ไม่ชันมาก ผมก็ขี่ลงนะ เสียวๆ มันๆ ดี
คล้ายๆ นั่งรถไฟเหาะตีลังกาแต่ไม่มีเข็มขัดรัดหน่ะ (คือมันจะหลุดไปตอนไหนก็ได้ เหอๆ)

พอถึงประมาณกลางเริ่มเหนื่อยๆ บวกกันคุณตาเค้ามีแข่งตอนบ่าย
ก็เกรงใจกันว่าถ้ามัวมาแต่นำพวกเราจะไม่ได้ไปแข่ง เลยบอกขอบคุณคุณตาและคิดว่าจะไปกันเอง
เพราะต่อไปมันเป็นทางบังคับ คงไม่หลงอะไร

ตอนที่พวกคุณตากลับ ก็มีหญิงสาวหนึ่งในทีมพวกเรากลับไปด้วยเนื่องจากคาดว่าจะไม่ไหวแล้ว
แต่.. ก็ยังเหลือผู้หญิงอีกหนึ่งที่ไปต่อ.. เพราะฉะนั้น ผมจะยอมแพ้ตอนนี้ได้ไงล่ะ โฮะๆๆๆ

นั่งพักเหนื่อยได้โอเคแล้ว ก็ไปกันต่อ ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไป พี่บางคนก็เริ่มจูงๆ ขึ้นเขาบ้างแล้ว
จนมีพี่บางคนบอกว่า.. พวกเราอ่ะ ไม่เหมาะกับเส้นทางอย่างนี้หรอก
เหมาะกับนั่งอยู่บ้านกินเหล้าอย่างเดียวอ่ะแหละ เหอๆๆ

ไปได้ซักพัก.. ทางตันแฮะ ~ ~a

สรุปว่า วนๆ หลงกันอยู่ซักพัก.. ถามคนแถวนั้นแล้ว ก็หาทางกลับกันเจอจนได้
ขี่ไปได้อีกหน่อย.. ดั่งสวรรค์กลั่นแกล้ง ฝนตก!!

ดีที่ว่าตกไม่แรงมาก และไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะทำให้ทางเปียกๆ ลื่นๆ ได้
ขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นๆ ลงๆ จำไม่ได้ว่าเส้นทางเป็นยังไงบ้าง เพราะตอนนั้นไร้ซึ่งสติแล้ว
ตอนนั่งพักก็มาดู GPS กัน พอเห็นว่าใกล้จะถึงจุดเริ่มต้นแล้วก็เริ่มมีแรงฮึดกัน

ผมก็ปั่นๆ ไป จวนจะหมดแรงแล้ว.. ก็มีพี่คนนึงบอกว่า..
ต่าย เนี่ย เลยโค้งหน้าไปก็ถึงแล้ว มีเป๊บซี่เย็นๆ รออยู่....

โอ้วว้าวว~~~~~ เร่งเต็มที่.. ถึงแล้ว เย่ๆๆๆๆ
อย่างแรกที่กินคือ ไอติมยักษ์คู่เลยคับ ปกติผมจะกินแบบเลียๆ ดูดๆ รูดเข้า รูดออก - -"
แต่คราวนี้ กัดงับๆๆ เป็นก้อนๆ เข้าไปเลย โอ้ว ชื่นใจมากๆๆๆ

ระยะเวลาตอนออกมาก็ประมาณบ่ายสามเห็นจะได้
รวมเวลาก็ร่วมๆ สี่ ชั่วโมง (นานมากๆ กับระยะทางแค่สิบกว่าโล อิอิ)

ก็นี่แหละครับ ทริปขี่เข้าป่าครั้งแรกของผม
ตอนเดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อยแล้ว มาเจอนี่.. เหนื่อยยิ่งกว่าอีก Y-Y

แต่... ก็เหมือนกับภูกระดึงอ่ะแหละ.. ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน
ถามว่า.. จะมาอีกไหม? มาซิครับ อิอิ :p

หลังจากพักหายเหนื่อยกันเป็นที่เรียบร้อย ก็จัดการแพ็คจักรยานขึ้นรถกลับกรุงเทพ
โดยก่อนกลับ ก็มีการแวะไปหาอะไรกินกันที่หาดนางรำ สัตหีบ รู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยมากๆๆ เหอๆ

ถึงห้องประมาณห้าทุ่มเศษๆ ก็เก็บของ อาบน้ำ ทำนู้นทำนี่ แล้วก็นอนนนน...
สลบเหมือดเลย ยาวยันประมาณบ่ายสาม.. เพลียมากๆ ครับ แต่ก็มันสุดๆ ;)

ลิงค์ - ถ้ำประทุน

ยังไม่มีรูปมาโชว์นะครับ ไว้มีจะเอามาอวด อิอิ


ฮ่ะฮ่า... สวัสดีครับ

เห็นชื่อเรื่องแบบนี้.. เวลานี้ ก็คงเดากันออกใช่มั๊ยว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร!

ถ้ายังคิดไม่ออก.. แสดงว่าคุณไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของบล็อกผม...

คุณคือจุดอ่อน.. เชิญค่ะ!!

ไม่ใช่ล่ะ.. เฉลยๆ ก็เรื่องปั่นจักรยานนั่นแหนะครับ

ก็.. คงจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า..
งานประจำคืนวันศุกร์ของผมก็จะเป็นปั่นสตรีทกับพวกพี่ๆ เค้า (ซะงั้น มัดมือชกเลย )
แหมม.. ก็จากทั้งหมดสี่รอบที่ไป.. ผมปฏิเสธนัดสาวไปสองรอบเลยเชียวนะ
จนสาวท่านบอกว่า...

นี่แกเปลี่ยนจากเด็กแด๊นซ์อาร์ซีเอไปเป็นเด็กแว๊นซ์จักรยานแล้วเรอะ?
// อันนี้มุกฮา.. เจ๊เค้าไม่ได้พูดอย่างนี้... แต่โหดกว่านี้ เอิ้กๆ (นินทาซะงั้น)

เห็นมั๊ยว่า ผมรักเดียวใจเดียวกับพวกพี่ๆ นักปั่นขนาดไหน ฮ่ะฮ่า

อ่ะ เข้าเรื่องๆ ก่อนที่จะออกไปนอกกาแล็กซี่
ก็คือรายการทริปเมื่อคืนวันศุกร์นั่นแหละครับ... ก็เหมือนๆ เดิม
แต่.. มันยาวขึ้น!! ใหญ่ขึ้น!! (แค่ยาวอย่างเดียวก็พอ)

เริ่มต้นก็รวมพลกันที่พวกพี่ด็อกกะพี่โน่ นับได้หกชีวิต (บวกหนึ่งที่ตามมาส่ง คือพี่ผึ้ง)

วันนี้ของตื่นเต้นชิ้นใหญ่ก็คือ... ท่าน.. ฝาหรั่ง.. ฝรั่งนั่นแหละ เค้ามาเป็นหนึ่งในหกด้วย
อืมม.. พอเจอเข้าไปปุ๊บ ไอ้กระผมก็เกิดอาการ เอ่อๆ แอ่มๆ เยสๆ ได้แค่เนี่ย

ไม่รู้เป็นอะไร เจอตัวเป็นๆ ทีไร เกิดอาการ พูดไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่องทันที ฮ่วย!

สำหรับเส้นทาง ก็ไม่มีอะไรมาก ปั่นไปทางพหลโยธิน เข้ากำแพงเพชร
แล้วก็.. ไม่รู้จักทางล่ะ.. พี่แกดันไม่เขียนบอกไว้ในกระทู้ แหะๆ ก็ดูแผนที่เอาล่ะกันครับ
คือไปข้ามสะพานพระรามแปดอ่ะ (เรื่องปั่นตามทางนี่โอเคล่ะ เริ่มชิน ไม่มีอะไรแปลกใหม่)



พอข้ามไป.. ใต้สะพานมันก็จะมีลานซึ่งมีเด็กขาปั่นมาเล่นกันมากมาย
หลักๆ ที่ผมนั่งดูก็คือ.. เค้าเล่น... "โดดหนังยาง"

ไม่ผิดหรอกครับ โดดหนังยางนั่นแหละ คือผมก็ไม่รู้เค้าเรียกอะไรอ่ะนะ
แต่เค้าเอาหนังยางมาขึงระหว่างเสาสองต้น แล้วก็เอาจักรยานไปโดดข้ามกัน.. อุเหม่!! ทำไปด้าย~~

คือ.. ไม่ได้ว่ามันดูคุขิอาโนเนะอะไรหรอกนะ..
แต่ว่า... เค้าสามารถ ทำไปได้อ่ะ ง่ะ โดดสูงโคตร
แล้วก็มีมนุษย์ท่านนึง.. ทราบชื่อว่าคือ ท่านเทพบอย
ท่านเล่นโดดข้ามก้อนหินเล่น โดดขึ้นบันไดทีละขั้นแบบล้อเดียว (ยืนล้อหลังอ่ะ ไม่รู้เรียกว่าอะไร)
แถมมีกระโดดลงจากพื้นสูงๆเป็นเมตรๆ อีกอ่ะ.. ช่างกล้า

นั่งดูไปซักพัก พอหายเหนื่อย ก็ปั่นไปหาของกินกันที่เยาวราช
โดยไปข้ามสะพานกลับที่ปิ่นเกล้า วนถนนพระอาทิตย์ กะว่าจะเข้าไปข้าวสาร
แต่แค่วนๆ รอบนอก ก็มีมนุษย์มหาศาล เลยไม่เข้าไปดีกว่า เดี๋ยวจะไปขับชนใครเค้าเข้า
ออกจากโซนนั้นมา ก็มาวนรอบสนามหลวง ไม่ค่อยเจอผีมะขามมาหลอกหลอนเท่าไหร่

แล้วก็.. วนไปตรงศาลหลักเมือง เลี้ยวผ่านสวนสราญรมย์ ...
มีเหล่าชาย (ที่ไม่รู้ไปตัดไข่หรือยัง) ยืนกันหน้าสล่อน (เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ)

ซึ่งก็ได้ทราบมาว่า ที่นี่ก็เป็นแหล่งคล้ายๆ รร. สยาม แต่เปลี่ยนจากหญิงเป็นชาย
สอบถามพี่ๆ เพิ่มเติม (พี่เค้าข้อมูลแน่น) ก็ได้รู้ว่า เค้ารับลูกค้าทั้งเกย์และหญิงแก่แม่หม้าย
ไอ้ผมเลยบอกพี่เค้าไปว่า..

ไว้ว่างๆ ผมจะมายืนมั่งนะ เผื่อจะเจอแบบมาช่าหรือเจ๊มาดอนน่า โฮะๆๆๆๆๆ

พี่ด็อกสุดหล่อ (ที่ผมหวังว่าจะมาเป็นลูกค้า) ก็ตอบมาเลยว่า
ถ้าผ่านมาเจอ.. กรูจะรีบลงไปกระโดดถีบขาคู่ควงสว่านเลย (แต่งเติมเพื่อเพิ่มอรรถรส.. นิดนึงๆ)

ฮ่ะฮ่าๆๆๆ ขำๆ พอได้ที่ ก็ขี่ผ่านเสาชิงช้า..
จะพยายามอธิบายให้ฝรั่งเข้าใจ แต่ก็ไม่รู้มันเรียกว่าอะไร?
two high sticks with a hanging seat? (เอิ่ม.. ฮาไปมั๊ยยย -- จริงๆ ต้องเรียกว่า.. สาวชีงช๊า )

แล้วก็มานั่งพักเหนื่อย กินหมูสะเต๊ะและ.. เกี๋ยวซ่าที่เยาวราช
มีน้ำปั่นด้วย.. ขนาดได้ใจมาก มาเป็นถังๆ อ่ะ ชื่นใจๆ
กินเสร็จ หายเหนื่อย ก็ปั่นกลับ ผ่านพระที่นั่งอนันฯ กับสวนสัตว์ดุสิตด้วย

รู้สึกว่าลานว่างตรงนั้นเหมาะสำหรับปั่นเล่นมากๆ กว้างดี ไม่มีรถด้วย

ระหว่างทางกลับ พี่ด็อกก็จัดการหลอกให้ผมติดใจ ตามไปทริปวันเสาร์ต่อ
(ไอ้ผมจริงๆ ก็อยากไป.. แต่ใจมันป็อด! เพราะมันไปลงเขาอ่ะ.. คนไม่เคย เดี๋ยวเสียเลือด)

แต่นะ.. ไม่ไปตุ๊ด
อีกอย่าง เห็นพี่เค้าชวนหลายรอบ ก็เลยใจอ่อน แหะๆ (ข้ออ้างมากๆ จริงๆ คืออยากไปแต่ป็อดนั่นเอง)

พอกลับมาถึงบ้านพี่ด็อก ก็เป็นอันจบทริปคืนวันศุกร์
ก็นั่งฮาเฮ กินเครื่องดื่มบาร์เลย์หมัก (เรียกงี้แล้วฟังดูหรูหว่ะ)
โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่า พรุ่งนี้ออกจากกรุงเทพหกโมงครึ่ง!! แล้วก็ได้นอนกันเกือบตีสาม

สำหรับ ทริปวันเสาร์.. จะเป็นยังไง ผมจะได้เลือดไหม โดนเปิดบริสุทธิ์กลางป่าจะรู้สึกยังไง
โปรดติดตามตอนต่อไป.. วันนี้ ขอไปนอนนวดขาก่อนแล้ว.. สองวันติด พิการ~~~

อ้อ เกือบลืม.. ทริปนี้ประมาณ 35km (ค่อยๆ เยอะขึ้นทุกอาทิตย์เลยนะพี่)

ลิงค์ - รายงานทริป 4 เมษายน 2551

อัพเดทเส้นทาง (แบบก็อปมาแปะ เมื่อคืนมึนๆ มองไม่เห็นว่ามี อิอิ)
พหลฯ23-แดนเนรมิต-แยกลาดพร้าว-จตุจักร-อตก.
-พระราม6-ประดิพัทธ์-แยกเตชะวณิช-สามเสน-ศรีย่าน-
เทเวศน์-สะพานพระราม8-สะพานปิ่นเกล้า-พระอาทิตย์-
สนามหลวง-สวนสราญรมย์-เฉลิมกรุง-เจริญกรุง-
เสือป่า-จักรวรรดิ-ทรงวาด-เยาวราช-สะพานเหล็ก-
วังบูรพา-เสาชิงช้า-ผ่านฟ้า-ราชดำเนินกลาง-ลานพระรูป-
เขาดิน-พระราม5-แยกเตชะวณิช-ประดิพัทธ์-พระราม6-
อตก.-จตุจักร-แยกลาดพร้าว-แดนเนรมิต-พหล23.