linux

สวัสดีครับ

ก่อนเริ่ม ขอประชาสัมพันธ์
ไขข้อข้องใจ ทำไม Firefox ต้องแปลภาษาไทย
ใครสงสัยว่า ทำไมต้องแปลแบบนั้น ทำไม ฯลฯ
หรืออยากจะช่วย มีความคิด มีไอเดีย
ต้องติดต่ออะไรยังไง ลองไปอ่านดูนะครับ :)

อ่ะ มาเข้าเรื่องของเรา
ช่วงนี้พยายามจะลองมาใช้ ubuntu
ซึ่งก็เป็นแบบ dual-boot สลับกับ Windows XP

ปัญหานึงก็คือ เวลาเล่นเน็ต เก็บบุ๊คมาร์คหรือ history
จาก os นึงแล้ว อีกตัวก็จะไม่เห็น

จริงๆ แล้ว สำหรับคนที่ใช้คอมหลายเครื่องก็คงเจอเหมือนกัน
ผมเองก็เป็น.. แต่ว่ามันคนละเครื่องไงครับเลยรับได้
อันนี้มันเครื่องเดียวกัน ก็นะ น่าจะใช้ร่วมกันได้หน่อย

เทคนิคที่จะเอามาเล่าให้ฟังวันนี้ ไม่ได้แปลกใหม่อะไร
จริงๆ แล้วมันเป็นแค่การย้ายที่เก็บข้อมูลโปรไฟล์นั่นเอง
สรุปง่ายๆ ก็คือ ย้ายจากที่ default ของแต่ละ OS
ให้มาเป็นที่เดียวกันนั่นเอง

แล้วมันทำอย่างไรล่ะ?

ขั้นเตรียมการ
อย่างแรก เราต้องเตรียมพื้นที่
ที่สามารถอ่านเขียนได้ โดยทั้งสองระบบก่อนเลยครับ
อาจจะเป็นในพาร์ติชั่นที่ใช้แชร์ข้อมูลอยู่แล้ว ก็ได้
แต่สำหรับผม เป็นคนขาดแคลนพื้นที่ครับ
เลยเอาไปเก็บไว้ในพาร์ติชั่นของ ubuntu มันเลย
และเนื่องจากมันเป็น ext3 ซึ่ง windows มองไม่เห็น
ก็เลยต้องมีตัวช่วย ก็คือ Ext2 IFS ครับ
เอาไปติดบน Windows ก็จะทำให้มันอ่านเขียน ext2/3 ได้



ต่อมา คราวนี้เราก็จะเริ่มละเลงกันล่ะ
เริ่มที่ Windows ก่อนล่ะกันครับ
ให้เราไปที่ %appdata%\Mozilla\Firefox
(เช่น C:\Documents and Settings\ipats\Application Data\Mozilla\Firefox)

แล้วเปิดไฟล์ profiles.ini ขึ้นมา
ในนั้นจะมีข้อความประมาณนี้อยู่

[Profile0]
Name=default
IsRelative=1
Path=Profiles/ymwhpdc6.default

ให้เราเพิ่มนี่ไปที่ท้ายไฟล์ครับ (เว้นบรรทัดว่างไว้บรรทัดนึงก่อนด้วยนะครับ)
[Profile1]
Name=ipats
IsRelative=0
Path=E:\permanent\fxprofile\ipats

โดยที่เปลี่ยนค่าของ Name ตามต้องการ
และ Path เป็นที่ที่เราจะใช้เก็บโปรไฟล์ร่วมกัน
โดยให้เซ็ต IsRelative เป็น 0 ด้วย
เพราะเราต้องการอ้างแบบ absolute
(ของผมไดรฟ์ E: จะเป็น / บน ubuntu)

ส่วน Profile1 นั้น ถ้าคุณมีแค่ 0 อยู่ก่อนก็ใช้ 1 ไป
ถ้ามี 1, 2, 3 หรืออื่นๆ ก็ไล่เลขไปเลย

ทีนี้ เราก็ต้องก็อปข้อมูลโปรไฟล์ไปใส่ในที่ใหม่
โดยที่ จาก Profile0 จะระบุ Path ที่ใช้อยู่
ก็ให้เข้าไปที่นั่น เช่นของผมก็จะเป็น
%appdata%\Mozilla\Firefox\Profiles\ymwhpdc6.default

แล้วก็ก็อปไฟล์ทั้งหมดไปใส่ไว้ในที่ใหม่
เมื่อเสร็จแล้ว ที่ใหม่ก็จะมีไฟล์ประมาณนี้ (เยอะมาก)


พอเรียบร้อย เราก็ต้องจัดการทดสอบ
และตั้งให้โปรไฟล์ใหม่เป็นค่า default

โดยเข้าไปที่ command prompt (start > run > cmd) ที่โฟลเดอร์ของ firefox
แล้วสั่ง firefox -p แล้วมันก็จะมีหน้าต่างให้เลือกโปรไฟล์





เราก็เลือกที่สร้างมาเมื่อกี้นี้ แล้วก็กด start firefox โลด
มันก็จะเปิด firefox ขึ้นมา ก็ลองใช้ๆ ดู

เรียบร้อยไปครึ่งนึงล่ะ
ต่อไป เราก็ต้องมาจัดการให้ ubuntu มาใช้ข้อมูลตรงนี้ที่สร้างมาใหม่

บูต ubuntu ให้เรียบร้อย
เข้าเข้าไปที่ ~/.mozilla/firefox
(เช่น /home/ipats/.mozilla/firefox)

มีไฟล์ profiles.ini อยู่ ก็เปิดขึ้นมาแก้โลด
ใส่เพิ่มไปเหมือนกับของ windows

[Profile1]
Name=ipats
IsRelative=0
Path=/permanent/fxprofile/ipats

เสร็จเรียบร้อยก็เซฟ เข้า terminal แล้วสั่งรัน firefox -p


เลือกโปรไฟล์ที่สร้างขึ้นมา.. start firefox แล้วก็เรียบร้อย!!

คราวนี้ ไม่ว่าเราจะใช้ firefox จากระบบไหน
มันก็จะใช้ข้อมูล history, bookmark, cookie, etc. อันเดียวกัน
สบายเลย ชอบ อิอิ

แต่วิธีนี้ก็มีปัญหาเล็กน้อย เรื่อง extension
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร
คือมันจะเช็คคอมแพตทุกครั้งที่เราเปลี่ยนโอเอส (อาจจะเพราะเป็นคนละรุ่น)
แต่มันก็ไม่ส่งผลอะไรอ่ะครับนอกจากเสียเวลาตอนเริ่มครั้งแรกนิดหน่อย
ซึ่งก็จะเป็นเฉพาะเมื่อเปลี่ยนโอเอสเท่านั้น นอกนั้นก็ใช้ได้ปกติดี ;)

หมายเหตุ
ระหว่างทำ ควรปิด firefox ตลอด
ถ้าจะอ่านวิธีไปด้วย ทำไปด้วย ก็ก็อปไปใส่ notepad
หรือไม่ก็พิมพ์ออกมานะครับ อิอิ

วิธีนี้ จะใช้โปรไฟล์บนวินโดวส์เป็นตัวตั้งต้น
ถ้าเราต้องการเอาโปรไฟล์จากลีนุกซ์มาใช้ก็ให้เปลี่ยน
ไฟล์ต้นทางที่ก็อปไปลงในโปรไฟล์ใหม่
จากของวินโดวส์เป็นของลีนุกซ์นะครับ :D

install ubuntu on eee

posted on 07 Sep 2008 20:53 by ipats
สวัสดีครับ

สองสามวันนี้ มือบอน อยู่ไม่สุข
มีวินโดวส์ใช้ดีๆ ไม่ว่าดี อยากจะไปลง linux เล่น

ลองอะไรมากมายหลายอย่าง
บูตไม่ได้มั่งหล่ะ เดี๋ยวเสียงไม่มีมั่ง wireless ใช้ไม่ได้ ฯลฯ

ก็เลยมาลองเขียนสรุปๆ เผื่อมีใครอยากลองมั่ง :D

อย่างแรก รุ่นที่ผมใช้คือ 900 รุ่น HD 30G
linux ที่ลงคือ Ubuntu 8.04
และเนื่องจากผมไม่ต้องการให้มันมายุ่งกับ HDD
ซึ่งมี windows อยู่ จึงต้องการ ลงใน SD card

ขั้นตอนไม่ยากเย็นเลย
1. Download Ubuntu ISO มาก่อนเลย
ด้วยพลังเน็ตทุยไฮสปีด 1 เมก ก็รอไปประมาณ 3 ชม.

2. ทำให้มันบูตได้
ง่ายๆ ... โดยการ ไรท์ใส่ CD แล้วเอา external drive ไปต่อใน eee
แต่... ผมไม่มีแผ่น CD-R (เปลืองของ ต้องประหยัด ช่วยโลกร้อน)
จึงใช้วิธีเขียนลง Flash Drive แทน โดยใช้โปรแกรม unetbootin
และ flashdrive ขนาด 1G ขึ้นไป (ไม่งั้นยัด ISO ลงไปไม่พอ)
หลังจากได้ flashdrive พร้อมบูตแล้ว ก็เอาไปเสียบ eee
กด power เปิดเครื่อง และกด ESC ค้างเอาไว้ จนขึ้น boot menu
เลือกให้บูตจาก flashdrive ก็เป็นอันเรียบร้อย

3. ติดตั้ง..
ก็เหมือนการติด ubuntu ทั่วๆ ไป นั่นแหละครับ
จะพิสดารไปหน่อยก็ตรงที่ผมติดลงใน SD Card
เลยต้องจัดการแบ่ง partition และอื่นๆ เอง ซึ่งก็มีคนเขียนไกด์ไว้ให้
ขนาดของ SD ควรใช้ 4G ขึ้นไป เพราะการติดตั้งมันจะใช้ประมาณ 2.5G
บวกกับขนาด swap partition อีก ก็พอเหลือที่ให้ใช้บ้าง

โดยสรุปคือ เวลาติดตั้ง ให้เลือกติด boot loader ไว้ที่ (HD2)
อันนี้ในไกด์เค้าจะเป็น HD1 แต่เนื่องจากผมมี flashdrive ไปจองไว้อีกตัว
เลขเลยเลื่อนออกมา รายละเอียดอ่านตรง
Ensure that the boot loader is installed to your SD card ในหน้านั้นนะครับ

หลังจากติดตั้งเรียบร้อย ก็เอา flashdrive ออก
บูตเครื่องใหม่ โดยกด ESC ค้างไว้ แล้วเลือกบูตจาก SD
แล้วก็ไปแก้ไขเมนูการบูตของ grub ตามที่เค้าแนะนำเลย

You should be presented with a 'grub' menu with Xubuntu as the top option. Highlight the top option, hit 'e' and then edit the reference to (hd1,0) or (hd2,0) to (hd0,0). Then press 'b' to boot. eeeXubuntu should then boot happily.

เท่านี้ เราก็จะได้ ubuntu บน eee เรียบร้อยแล้ว.. เย้ๆๆๆ
พอล็อกอินปุ๊บ.. มีเสียงด้วย!! เย้ๆๆๆ
(ก่อนหน้านี้ ไปลองลง 7.10 เสียงหาย Y-Y)

4. ถัดมา ก็ต้องทำให้ wifi ใช้ได้
ตอนแรกผมลองใช้ ndiswrapper แต่เหมือนมันเดี้ยงๆ
คือเจอการ์ด สแกนเน็ตเวิร์คเจอ แต่คอนเน็กไม่ได้ - -"
พอดีคุณ @phisite ให้ลิงค์ไว้ (ตอนแรกให้ไว้แก้เรื่องเสียง)
ก็เลยลองโหลด kernel ตัวนั้นมาลง โดยใช้วิธีที่สอง
คือโหลดไฟล์ deb มา แล้วใช้ dpkg ติดตั้งซะ
พอติดตั้งเสร็จก็รีบูต ปรากฏว่า... ยังใช้ไม่ได้

เนื่องจาก.. ผมยังไม่ได้เอา ndiswrapper ออกไป - -"
จัดการเอาออกเรียบร้อย รีบูตใหม่ ใช้ได้แล้ว.. เย้ๆๆๆ
(แปลว่า... กรูจะไปใช้ ndiswrapper ตั้งแต่แรกทำไมฟร่ะ!)

เสร็จสรรพใช้ได้เรียบร้อย ลองเซ็ต repository ของ array.org
ปรากฏว่า apt-get update ไม่ผ่าน... ฮ่วย!! ช่างมัน

เล่นๆ ไปซักพัก บูตใหม่.. ต่อ wifi ไม่ได้อีกแล้ว.. อ๊ากกกก

หนีไปใช้ windows ก็ปรากฏว่า มันมองไม่เห็น SD ไปเลย
คือผมแบ่ง partition: 1 extend:  [3 logical: ext2, fat32, swap]
ด้วยความหวังว่ามันจะเห็น fat32 ซึ่งเป็น logical ใน extend
คือจริงๆ มันก็เห็นอ่ะนะ แต่ไม่ยอม assign drive letter ให้ เลยเข้าถึงไม่ได้เลย

ซึ่งปกติผมจะใช้ sd card เก็บ firefox profile เอาไว้
มันจะได้ไม่ต้องมาอ่าน hdd ตลอดเวลา ก็เลยทำให้ใช้ไม่ได้ไปด้วย

ผลสุดท้าย... สิ่งที่ผมทำคือ..
ลบ partition ทั้งหมด และ format sd ใหม่เป็น ntfs อันเดียวซะเลย
(แปลว่าลบ ubuntu ออกนั่นเอง!!!)

ก็เป็นอันจบสิ้นการผจญภัยของผมเพียงเท่านี้

เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการนั่งเล่นครั้งนี้
- การลงใน sd card นั้นดีมาก.. จะลบก็แค่ format sd ไม่กระทบกับ hdd
ทำให้ผมกลับไปใช้ windows ได้อย่างปกติสุขในเวลาอันรวดเร็ว
(จริงๆ แค่ไม่กด ESC เพื่อเลือกให้บูตจาก sd ก็เข้า windows แล้ว)

- ubuntu เวลา shutdown มันไม่ยอมปิดเครื่องให้อ่ะ - -"
ต้องมานั่งกด power ค้างให้มันปิดเองตลอดเลย (คาดว่าเป็นเฉพาะ eee)

- wired network นี่ง่ายสุดแล้ว เสียบสาย ใช้ได้โลด เหอๆ

และ... ขอจบเพียงเท่านี้ หุหุ

บันทึกการใช้งาน Ubuntu #1

posted on 21 Jan 2007 21:24 by ipats in Tech
หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็ขอบันทึกการใช้งานต่อซะหน่อยนะครับ
เริ่มจากการแก้ปัฯหาสระเลื่อนของไฟร์ฟอกซ์ก่อนเลยแล้วกันครับ

วิธีแก้นี้ก็เอามาจาก กระทู้นี้ครับ

เป็นการแก้ปัญหาอย่างเร็วๆ ก็สะดวกดีครับ
แต่ไม่แน่ใจว่ามันมีผลอะไรหรือเปล่า
เพราะ terminal ผมมันตัวอักษรเหลื่อมๆ กันนิดหน่อย
แต่ก็ไม่เป็นไรไว้หาวิธีแก้ต่อไป

หลังจากแก้ปัญหาภาษาไทยได้แล้ว ก็จัดการลง extension ของไฟร์ฟอกซ์ครับ
ซึ่งก็ติดปัญหาอีก.. คือว่ามันไม่คอมแพทกัน เลยต้องอัพเดทโปรแกรมกันหน่อย
ซึ่งจริงๆ มันก็เตือนผมมาแล้วหล่ะ ตอนเปิดขึ้นมาตั้งแต่แรก
ตอนนี้ก็เลยได้จังหวะกดอัพเดทซะ.. แล้วก็รอมันโหลดแพ็กเกจมา ราวๆ ชม. นึงเสร็จ

แล้วก็ปรับแต่งต่อ โดยผมก็ทำตามที่พี่มาร์คเขียนไว้ที่ blognone

ไม่เยอะมากครับ ผมทำแค่เพิ่มตัวแสดงภาษาที่พิมพ์อยู่ กับ codec ต่างๆ
เพื่อทำให้ฟังเพลงได้ตามปกติ แต่ติดปัญหาว่า ยังเล่นดีวีดีไม่ได้
ประมาณว่าเปิดไฟล์ .vob ได้ แต่เล่นทั้งแผ่นไม่ได้.. ก็งงๆ อยู่ เหอๆ
ส่วนเรื่องเปลื่ยนภาษา ก็ยังไม่ค่อยคุ้นกับ alt-shift เท่าไหร่
เพราะมันต้องกดสองปุ่ม.. แบบว่ายังชินกับ grave accent อยู่
(มันเซ็ตได้หรือเปล่าอ่ะ ผมหาไม่เจอ)

แล้วก็มีปัญหาเวลากด Shortcut อ่ะครับ
ที่เวลาใช้ภาษาไทยอยู่แล้วมันกดม่ะได้อ่ะ
ต้องเปลี่ยนภาษาก่อนถึงใช้ได T T

อ้อ แล้วก็มี Tomboy ด้วยครับ ที่ผมเพิ่งลงในพาเนล
คือมันเป็นโปรแกรมเขียนโน็ตหน่ะครับ
ผมก็ใช้เขียนบลอคแทน notepad อยู่นี่หล่ะครับ สะดวกดี

ถัดมาก็มีการลงโปรแกรมเพิ่มครับ..
ตอนแรกก็ลงไปมี php เนื่องจากจะเขียนสคริปท์ประมวลข้อมูลนิดหน่อย
ซึ่งผมก็เขียนถนัดอยู่ภาษาเดียว เลยจัดการลงซะก่อนเลย

พอลงนี่แล้ว ก็เลยแถมด้วย CHM Viewer (GnoCHM) เพื่อใช้ในการอ่านไฟล์ CHM นั่นเองครับ
(พวกไฟล์ช่วยเหลือบนวินโดว์นั่นเองครับ.. ผมเอามาอ่าน manual ของ PHP อ่ะ)

โปรแกรมอื่นๆ ที่ลงอีกก็มี Brasero (โปรแกรมเขียนแผ่น) แต่ยังไม่ได้ลองใช้ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง

SuperTux อันนี้เป็นเกมครับ ประมาณว่า Super Mario เลย สนุกดี
แล้วก็มี Downloader for X ไว้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์
Camorama Webcam Viewer ก็ลงไว้ทดสอบว่าเว็บแคมมันใช้ได้
(แต่ไม่รู้จะเอาไปทำไรแล้ว)

นอกจากนี้ก็มีลง Google Toolbar for Firefox ที่มันต้องโมไฟล์ .xpi นิดหน่อย
โดยการแตกไฟล์มัน (มันเป็นไฟล์ zip ครับ) แล้วแก้ไข install.rdf
โดยแก้ platform จาก Linux เป็น linux-gnu_x86-gcc3
แล้วก็ซิปไฟล์กลับก็ติดตั้งได้แล้ว (จำที่มาวิธีนี้ไม่ได้ล่ะครับ เจอจากกูเกิ้ล)

อ้อ.. แล้วมันก็มีปัญหาอีก เวลาผมเข้าเว็บบางเว็บ มันจะเอา IE
ไม่รู้จะทำไงดี เลยเอา Opera มาติด แล้วหลอกว่าเป็น IE ก็เข้าได้ เหอๆ
ว่าแต่.. ใครมีวิธีเวิร์คกว่านี้ไหมครับ :p

สุดท้าย เรื่องการใช้งานที่ผมใช้ประจำ คือ ssh กับ sftp
ซึ่ง ssh นี่ก็สบายครับ เรียกจาก Terminal ได้เลยไม่มีปัญหาอะไร
นอกจาก.. ผมจะงงๆ ว่า นี่มันหน้าต่างของเครื่องไหนฟร่ะ

คือแบบ แต่ก่อนใช้ PuTTY หน่ะครับ หน้าต่างมันต่างกับ Cmd ชัดเจน
หวังว่าคงไม่มีสั่ง Shutdown ผิดเครื่องนะ เอิ้กๆ (ล้อเล่นน่า... ไม่มีหรอก อิอิ)

นอกจากนี้ ผมก็เพิ่งรู้ว่า ssh มันทำ dynamic port forwarding ได้ด้วย
โดยใช้ -D [port] ซึ่งมันจะทำตัวเป็น SOCKS Proxy ได้เลย
(แต่ก่อนบนวินโดวส์ใช้โปรแกรม Tunnellier ครับ)

สะดวกดีจริงๆ เวลาจะเข้าเว็บต้องห้ามก็วิ่งลงท่อไปโลด อิอิ

ส่วน sftp นี่ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติมเลย
เพราะเจ้า Nautilus (file manager) มันจัดการต่อเป็น Gnome VFS ให้เลย เจ๋งโคตรอ่ะ
แล้วก็ใช้ gEdit เปิดไฟล์มาแก้ได้เลย เซฟปุ๊บลง server ปั๊บ เหอๆ

ก็ วันนี้พอแค่นี้ก่อนหล่ะครับ อิอิ
ไว้ผมลองพยายามทำให้มันเข้ากับผมได้อีกซักพัก แล้วจะมาเขียนต่อนะครับ
แต่เท่าที่ใช้ตอนนี้มันก็โอเคแล้วหล่ะเนี่ย

มีใครจะใช้บ้างครับ ดาวน์โหลดเลย