EEE PC 900 30GB HDD

posted on 17 Aug 2008 08:51 by ipats

สวัสดีครับ

ช่วงนี้ กระแส netbook กำลังมาแรง
ไอ้ผมเองก็อยากได้อะไรเล็กๆ พกง่ายๆ ไว้ใช้มานานล่ะ
แต่จะใช้ไปซื้อ vaio tz หรือ u series
ก็คงไม่คุ้มสำหรับการเอามาเดินถือไปถือมา

สรุป สุดท้าย หลังจากลังเลอยู่นาน
- acer aspire one ดูๆ ไปหน้าตาไม่ค่อยชอบ
- hp 2133 ดันใช้ via ไม่รู้เป็นไง ไม่เคยใช้
บวกกับไม่ชอบวิธีการเปิดจอ (ที่เปิดแล้วมันจะยื่นๆ ลงไปข้างล่าง)
- fujitsu u1010 ถ้าใช้เจ้านี่จริงๆ ตาเหล่แน่ๆ แถมแพงอีก
- MSI Wind ไม่ีมีของ ต้องจองเอาไว้ก่อน (ไม่อยากจองแล้วรอ)

สุดท้าย ก็ถูกใจ eee ซึ่งก็มีให้เลือกเยอะอีก
1000 กับ 700 นี่ตัดออก เพราะใหญ่/เล็ก ไป
เหลือ 900 กับ 901 เทียบคุณสมบัติต่อราคาแล้ว

เลยได้ผลออกมาเป็น eee pc 900 30G hdd w/ windows xp
(อันนี้เหมาะ ไม่เหมาะ ก็แล้วแต่คนอ่ะนะครับ)

อ่ะ เกริ่นมาเยอะ
มารีวิวสั้นๆ ยั่วน้ำลายก่อน แล้วจะขอเวลาใช้ไปอาทิตย์นึง
จะมาเขียนรีวิวยาวๆ อีกรอบ

ก่อนอื่น สเปคคร่าวๆ
- Celeron ULV 900MHz, 1GB DDR2 Ram
- 8.9" 1024x600, GMA 900
- HDD: 1.8" 30GB (Seagate Lyrion)
- 802.11 b/g, LAN 10/100
- multitouch touchpad
- 1.3M webcam, 3xUSB, VGA, SDHC
- Batt: 4400mAh

เริ่มแรก เปิดเครื่องมา ก็มี windows xp home preload ให้
ซึ่ง.... เป็นภาษาไทย!!

ไอ้ผมก็นั่งงมตั้งนานกว่าจะเอาออกไปได้
(วิธีคือ เอา thai lang pack ออก ใน add/remove program)

โปรแกรมที่มีมาให้ก็พอใช้ได้
เช่น มี StarOffice, Windows Live ต่างๆ, adobe reader
skype, driver อุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งเรียบร้อย
มีโปรแกรมเล่นดีวีดีมาให้ด้วย (แต่ไดรว์ฟไปซื้อเองนะ)
น่าตินิดนึง ไม่มีพวก archiver มาให้เลย

โปรแกรมแรกเลยที่ติดก็คือ firefox
ถัดมาก็ powertoy ต่างๆ (โดยเฉพาะ cleartype ขาดได้ยังไง!)
ลงนู้นลงนี่เสร็จ แล้วก็ลองใช้ๆ ดู ผลเป็นดังนี้ครับ

จอภาพ
เครื่องนี้ ความละเอียด 1024x600 ขนาด 8.9"
ถึงแม้จะละเอียดกว่ารุ่น 7xx ที่ 800x480
แต่ก็สู้ HP 2133 ที่ 1280x768 ไม่ได้
ปกติผมจะใช้ความละเอียดที่ 1280x1024 กับ 1680x1050
ก็รู้สึกว่าคับแคบไปหน่อย แต่ใช้ๆ ไปก็โอเคครับ
ด้วยขนาดที่เอามาวางตักนอนเล่นได้สบายๆ
ลองเอามาดูหนัง ก็ชัดเจนดี ไม่เลวร้ายมาก
เวลาดูเว็บยาวๆ ก็ใช้หมด Full screen ช่วยได้

นอกจากนี้ ตัว driver ยังอนุญาตให้ตั้งความละเอียดได้ถึง 1280x768
โดยเวลาใช้ ก็จะมีการ scroll ตามเมาส์ไป (ลองแล้วลำบาก)

คีย์บอร์ด

มันเล็กครับ เล็กมากๆ จริงๆ
แถมคีย์ทางขวาอีกเจ็ดปุ่มยังเล็กลงอีก คือ [ ] \ ; ' . /
พิมพ์กันลำบากมาก ปุ่ม shift ขวาก็อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ชินมากๆ
คือจะมีปุ่ม , . / แล้วก็มีลูกศรขึ้นก่อน ถึงจะมีปุ่ม shift
ทำให้ผมกดพลาดไปกดขึ้นประจำ ปุ่มบางปุ่มก็กดไม่ค่อยติด
อาจจะเพราะผมลงน้ำหนักยังไม่ชินนัก โดยเฉพาะ พวกปุ่มเล็กๆ
แต่กดบ่อยมาก เพราะมันตรงกับ "ล บ ว ง ใ ฝ"
(อ่านได้ว่าลบ วง ใฝ) คาดว่า ใช้ๆ ไปคงชิน

แล้วก็มีบางปุ่มที่ผมใช้บ่อยเช่น home/end pageup/down
ซึ่งต้องกด Fn ทำให้ลำบากอีก - -"

ข้อดีอย่างเดียวคือ สกรีนภาษาไทยมาให้ด้วย

ความเร็ว
ถึงเครื่องรุ่นนี้จะใช้ Celeron 900MHz แต่ก็ไม่ได้ช้ามาก
CPU load ไม่ค่อยจะถึง 100% เท่าไหร่
ปัจจัยที่ทำให้ช้าเลยจริงๆ คือ HDD ครับ
เรียกได้ว่า โคตรพ่อโคตรแม่ช้าเลย (มีแคช 2MB หมุน 3600rpm)
ตามเสปคจากซีเกทบอกว่าใช้ได้ที่ประมาณ 20MB/s
ผมลอง benchmark ดู seq read ก็ได้ประมาณนั้น
แต่ถ้าเจอ random write ก็ตายไปเลย
ตัด 0 ออกไป เหลือแค่ 2 MB/s

เวลาบูตนับจากเปิดเครื่องถึงพร้อมใช้งาน
โหลด startup program เสร็จหมด ประมาณเกือบๆ สี่นาที

ถามว่าโดยรวมเร็วพอไหม ผมว่าโอเคอ่ะ
ใช้งานได้ เล่นเน็ต คุยเอ็ม พิมพ์เอกสาร เช็คเมล์
ลองใช้ดู dvd ก็ผ่าน แต่ 1080 นี่นิ่ง 720 ยังไม่ได้ลอง

เท่าที่ใช้ๆ มา เล่นเน็ตลื่นใช้ได้ แต่จะกระตุกๆ เป็นบางครั้ง
เมื่อมีการอ่านฮาร์ดดิสก์
ทำให้คิดไปว่า น่าจะเอารุ่น SSD มาแทน เหอๆ

เน็ตเวิร์ค
ทั้ง lan และ wireless ใช้ชิปของ Atheros (ดียังไง?)
แลนยังไม่ได้ลอง ไม่มีสาย แต่ wlan ก็สัญญาณดี ไม่หลุด
ไว้ว่างๆ จะแบกไปลองเล่น green bkk wifi นอกบ้านว่าเป็นยังไง
ข้อเสียนิดนึงของรุ่นนี้คือ ไม่มี bluetooth แต่ก็ไม่อะไรมาก
มีพี่มาเสอนว่าจะแงะเครื่อง โมให้... เอิ่ม รอหมดประกันก่อนนะ อิอิ

Touchpad
อันนี้เป็นเรื่องใหม่ของผม ขอเขียนถึงนิดนึง
คือว่ามันเป็น multitouch (เค้าใช้ชื่อว่า multi-fingers)
สองนิ้วใช้ scroll, zoom, rotate
สามนิ้วใช้เปลี่ยนหน้า ก็พอทดแทนการกดปุ่ม pgup/dn ไปได้

แบตเตอร์รี่
หลังจาก drain และ full charge ไป 1 cycle ก็ลองจับเวลาดู
เปิด wifi เล่นเน็ต ฟังเพลงไปเรื่อยๆ ไม่ต่ออุปกรณ์ภายนอก
จอสว่างกลางๆ ตามสภาพใช้งานปกติ ได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง
ถือว่าน้อยมาก แต่ก็ยังไม่เข้าขั้นแย่

ตัวเครื่องไม่รายงานอัตราการใช้พลังงาน
บอกแค่ว่าแบตเต็มที่ 840mWh ที่ 8.2V (เลขเชื่อได้ไหมเนี่ย) (โปรแกรมรายงานมั่ว)
แถมไม่บอกอีกแหนะว่าจะใช้งานได้อีกกี่นาที
บอกแค่ % batt left

นอกจากนี้ เวลาใช้พลังงานจากแบต
เครื่องจะลดความเร็วจาก 900 เหลือ 630

คาดว่า ที่แบตหมดเร็ว ก็อาจจะเพราะ HDD ที่อ่านเขียนตลอด
(เอะอะโทษมันไว้ก่อน เหอๆ)

ไว้มีโอกาสจะลองใช้งานหลายๆ แบบดู

ซอฟท์แวร์
อย่างที่บอกไว้ข้างต้น
ตัว preload มีโปรแกรมมาให้ค่อนข้างเพียงพอ (แต่ไม่พอเพียง?)
และก็มาพร้อมกับแผ่น recovery ด้วย

แต่ก็ขาดอะไรบางอย่างไปให้น่าผิดหวังเล็กน้อย
เช่น Windows XP ให้ SP2 มา ต้องอัพเดท SP3 เอง นานมาก
น่าจะลง firefox มาให้ด้วย ที่มีมาเป็น IE6, WMP9
อย่างน้อย IE7, WMP10 ก็ยังดี

อื่นๆ
น้ำหนัก - เบาดีครับ สามารถนอน แล้วยกอ่านแบบหนังสือได้สบายๆ
เทียบๆ แล้ว ก็หนักประมาณถือแฮรี่เล่ม 5-6 รวมกัน
ความร้อน - ผมว่ามันร้อนไปหน่อยอ่ะ ไม่ถึงกันทนไม่ไหว
แต่ตรงตำแหน่งที่วางมือมันร้อนกินจะวางลงไปได้หน่ะครับ

 
โดยรวมๆ ตอนนี้ ผมก็ว่ายังคุ้มค่าเงินอยู่นะครับ
ราคาที่ซื้อมาคือ 14,600 บาท
คนที่เชียร์ให้ซือบอกว่าถูกกว่าโทรศัพท์มันอีก ฮาาา เหอๆ

ไว้มีโอกาส จะมาเขียนเพิ่มเติมนะครับ

ปล. อีกเหตุผลที่เลือกรุ่นนี้คือ
หลังเครื่องมันยังเป็นแบรนด์ ASUS อยู่
ขณะที่รุ่นอื่น มันกลายเป็นแบรนด์ Eee PC ไปแล้ว
โลโก้ไม่สวยครับ ไม่ซื้อ เอิ้กๆ


วันอังคาร

posted on 12 Aug 2008 19:45 by ipats
สวัสดีครับ

ก่อนที่จะกลายเป็นบล็อกบ่น ว่ามาเรื่องอื่นกันดีกว่า

วันนี้ตอนแรกว่าจะกลับบ้าน
แต่พอดีไม่ค่อยสบาย มึนๆ ปวดหัวตัวร้อน ฯลฯ
ประกอบกันฝนมันตกทั้งวัน ตั้งแแต่เช้ายันเย็น
ก็เลยได้แค่ โทรไปตอนบ่ายๆ บอกแม่ว่า ไปไม่ได้นะวันนี้
แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร

ผมก็บอกว่า รักแม่ทุกวันเลย :D อิอิ

ที่อยากจะเขียนบอกทุกคนก็คือ
ไม่มีเหตุจำเป็นอะไร ที่เราจะต้องแสดงออก หรือทำอะไรพิเศษ
ให้คนที่เรารัก ในวันวันเดียว ที่เค้ากำหนดมา

ถ้าเราจะทำ มันก็ควรจะเป็นวันที่เรามีความพิเศษแก่กัน
(ก็มันเป็นความรักระหว่างเรานี่เนาะ จริงไหม?)

สำหรับผม.. วันที่พิเศษวันนั้นก็คงจะไม่มีวันไหนดีไปกว่า
วันที่ 31 มีนาคม

เพราะมันเป็นวันที่แม่คลอดผมออกมา

เป็นวันแรกที่เราได้เห็นหน้าของกันและกัน

^__^

บ่นอีกล่ะ :p

posted on 11 Aug 2008 02:24 by ipats
สวัสดีครับ

บ่นต่อ (ยังไม่จบซีรีย์ สะสมมานาน)

สำหรับภาคนี้ จะกล่าวถึงรัฐวิสาหกิจที่แปรรูป และยังไม่ได้แปร
....


เมื่อต้นเดือน ผมก็ได้ทำหน้าที่ตามปกติ..
นั่นก็คือไปชำระบิลต่างๆ ของบริษัท ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ.. ค่าไฟ

ก็ปกติครับ ไปจ่ายที่การไฟฟ้าตรงวัดพระศรีฯ บางเขน
แต่เห็นการณ์ที่มันน่าหงิดหงุดก็ได้เกิดขึ้น

ก่อนจะเล่าต่อ ขออธิบายการจ่ายค่าไฟนิดนึง
คือบิลค่าไฟหน่ะครับ มันมีเป็นกระดาษสามแผ่นแปะติดกันรอบๆ
เวลาส่งมาทางไปรษณีย์ เราก็จะแกะไอ้ที่ติดกันออกด้านล่าง และด้านข้าง
ก็จะเหลือด้านบนเอาไว้ คล้ายๆ ปฏิทินตั้งโต๊ะ

กระดาษแผ่นที่สองก็จะเป็นค่าไฟ และบาร์โค้ด
ส่วนแผ่นแรกจะใช้พิมพ์ที่อยู่

เวลาไปจ่าย เราก็เอาหน้าที่มีบาร์โค้ด ไปแสกนที่เครื่องออกบัตรคิว
พอได้บัตรคิวมาแล้ว ก็รอเรียก แล้วก็ไปจ่ายเงิน
ระบบคิวนี้ถือว่าดีมากครับ เพราะจะลิงค์ข้อมูลใบแจ้งหนี้กับเลขคิวเลย
พอถึงคิวก็จ่ายเงินเลย เร็วกว่าไปยื่นใบแจ้งหนี้ให้แสกนที่เคาท์เตอร์

แต่อะไรๆ มันก็ไม่เป็นไปตามนั้นในประเทศสารขันฑ์แห่งนี้
นั่นก็คือ ไอ้เครื่องเนี่ย มันไม่เคยจะใช้ได้เลย
หรือผมอาจจะซวยเอง ไปกี่ทีก็เจอแต่ตอนที่มันใช้ไม่ได้

เค้าก็แก้ปัญหาโดยการมีคนนั่งที่โต๊ะประชาสัมพันธ์
คอยแสกนบาร์โค้ดเพื่อออกบัตรคิวแทนไอ้เครื่องนั่น
ทีนี้ ผมก็เลยสังเกตว่าไม่ว่าเครื่องมันจะใช้ได้ ไม่ได้
คนก็ไปต่อคิวเพื่อแสกนที่มนุาย์คนนั้นอยู่ดี
อาจจะด้วยเพราะ ไอ้เครื่องนั้นมันใช้งานยุ่งยากนิดหน่อย
(ต้องกดปุ่มเริ่ม แล้วแสกน แล้วกดปุ่มเสร็จ เพื่อออกคิว)

ทีนี้.. เรื่องมันก็เกิด ระหว่างที่ผมเอาใบแจ้งหนี้ไปให้เค้าแสกน

จำไอ้เรื่องกระดาษสามแผ่นได้ไหม.. หน้าตาของใบแจ้งหนี้อ่ะครับ
ผมก็ถือมันไปทั้งฉบับสามแผ่น สภาพเหมือนตอนที่มันถูกส่งมา
เว้นแต่ว่ามันไม่ได้ติดผนึกกันหมดแล้ว

แล้ว... มนุษย์เมื่อรับเอกสารไป (สองชุก.. ที่บ้าน + ที่ออฟฟิศ)
ก็ทำหน้ามุ้ย แล้วพูดว่า ทีหลังนะ ให้เปิดหน้านี้ไว้เลย ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมาก
พร้อมกับเปิดไปแผ่นที่สองที่มีบาร์โค้ด

ทำแบบนี้สองรอบ กับใบแจ้งหนี้ทั้งสองฉบับ (ฉบับละรอบ)

ห่วย! แค่นี้แหละ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
แต่มันเป้นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ผมรู้สึกลบกับคนในองค์กรณ์นี้มาก

โอเค แค่เปิดแค่นี้.. ผมเปิดมาหน่อยไม่ได้เหรอ?
แล้วจะถามว่า แล้วไอ้แค่นี้ คุณทำไม่ได้เรอะ!

ถ้าเออ มันเป็นจดหมายใส่ซองปิดผนึกมา
แล้วผมเอามาให้คุณทั้งซอง ไม่ได้แกะซิ ว่าไปอย่าง

นี่อะไร แต่เปิดกระดาษไปหน้าเดียว
แถมตอนมันเปิด ทำท่าทางว่าเปิดยากมาก
เหมือนกะลังเปิดปลากระป๋องที่ใช้ฝาแบบโบราณๆ ต้องใช้ที่เปิด หน่ะ

หน้าตาก็... เฮ้อ

อีกคนตอนจ่ายตังก็พอกัน หน้าเหมือนไม่อยากรับตัง.. อะไรของเมิ๊งงงงงง

จ่ายเสร็จเรียบร้อย ผมเดินออกมา
แล้วก็เห็นที่ประตูเขียนว่า

"50 ปีการไฟฟ้า บริการด้วยใจสดใส ด้วยรอยยิ้ม"

หึหึหึ อันนี้คือ... ยังไม่แปรรูป ยังประท้วงกันอยู่มั๊ง

---------------

ถัดมา ผมก็ไปจ่ายค่าโทรศัพท์ TOT ตรงหน้าเกษตร แถวๆ ล้อเกวียน

เข้าไป ไม่ต้องกดคิว ไม่เคาท์เตอร์ 4-5 อัน
แต่เปิดอยู่อันเดียวคงเพราะคนใช้บริการน้อยมาก 1-2 คน

พอผมเข้าไป ก็มีพนักงานอีกคนมาเปิดช่องเพิ่ม.. โอ้ว ประทับใจ
ไปจ่ายตังได้รวดเร็ว ระหว่างนั้น ก่อนออกใบเสร็จ ผมก็พูดว่า
ช่วยออกใบเสร็จแบบเต็มให้ด้วยนะครับ
(มันมีใบกำกับภาษีเป็นแบบเต็ม แบบย่อ.. ของบริษัทต้องใช้แบบเต็ม)

ซักพัก เจ๊ก็พิมพ์ออกมา.. ยื่นให้.. ผมเช็คดู.. นี่มันแบบย่อหนิ.. ไม่ได้ฟังที่พูดเลยหรือไง!!

ก็เลยบอกเค้า เค้าก็.. อ้าวไม่บอกก่อนล่ะค่ะ.. ฮ่วย!

ซักพัก พูดว่า ขอโทษด้วยค่ะ พอดีไม่ทันดูว่าเป็นบิลบริษัทหรือของบุคคล
แล้วเค้าก็ออกให้ใหม่ ผมยืนรอสองสามนาที ก็ถิอว่าพอโอเค

แต่ที่แปลกใจก็คือ ใบเสร็จแบบย่อ กับแบบเต็มนั้น
มันแทบจะเหมือนกันเลย ต่างกันแค่ แบบเต็มจะมีชื่อ ที่อยู่ รายละเอียดต่างๆ มากกว่านิดหน่อย
ขนาดกระดาษ ก็ยาวกว่านิดนึง... พิมพ์ออกมาจากเครื่องเดียวกันเลย
แล้วทำไม เค้าไม่ออกแบบเต็มให้ทุกคนหล่ะ.. ประหยัดกระดาษไปสองเซ็นฯ เพื่ออะไร
แล้วก็ต้องมาออกใหม่ให้เปลืองกว่าเดิม

ถ้าจะให้คะแนนเต็มห้า (0 แย่มาก 5 ดีสุด)
TOT คงได้ซัก 4 ส่วน การไฟฟ้าก็ซัก 2

นอกจากสองหน่วยงานที่พูดถึงไปแล้ว
อีกหน่วยนึงที่ผมไปพบเป็นประจำทุกเดือนก็คือ สรรพากร

เนื่องจากต้องทำรายงาน พร้อมส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มทุกๆ เดือน
ผมจึงต้องแวะเอาเงินไปจ่ายตลอด ซึ่งก็เป็นอันรู้ว่า สำนักงานที่นี่จะปิดตอน 16.30

และวันนึง ปมก็ไปตามจ่ายภาษีปกติ
ไปถึงประมาณ สามโมงกว่าๆ เกือบสี่โมงล่ะ
แต่ก็ยังมั่นใจอยู่ ว่าผมไปทันแน่ๆ อีกตั้งกว่าครึ่งชั่วโมงกว่ามันจะปิด

พอเข้าไปก็ได้รู้ว่า.. ผมคิดผิด
เพราะ เค้าบอกว่า

มาอะไรป่านนี้ค่ะ.. บัญชีปิดไปตั้งแต่สามโมงแล้ว.. (ฮ่วย จะรู้มั๊ย)

ก็ยังดีที่จ่ายได้ เพราะยังมีเครื่องที่ยังทำงานอยู่

แต่ก็ทำให้ผมสงสัยว่า.. มันเปิดถึงสี่โมงครึ่ง แต่ให้จ่ายเงินถึงแค่สามโมง
เพื่ออะไร - -a

เงินที่จะจ่ายก็เป็นเงิน "ภาษี" ด้วยนะ เหอๆ

พอล่ะ.. บ่นแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นตาแก่ขี้บ่นไปได้
(แต่ยังเหลืออีกตอนนะ โฮะๆ)