social

"เงินด่วน
เพียงคุณมีบัตรเครดิต หรือผ่อนสินค้า
โทรมาที่ x-xxxx-xxxx"

"งานพิเศษ สำหรับผู้ที่มีงานประจำอยู่แล้ว
รายได้ 10,000 - 200,000 ได้ชัวร์ๆ
ใช้เวลาเพียงวันละชั่วโมงเท่านั้น
โทรมาด่วน รับจำนวนจำกัด x-xxxx-xxxx"

เคยเห็นกันบ้างมั๊ยครับ
ข้อความแบบนี้ บนใบปลิวโฆษณา
ที่แจกกันตามสะพานลอย

ปกติผมก็รับนะครับเวลาเค้าแจก
แล้วก็เก็บด้วย เก็บไปทิ้งถังขยะ

ทำไม?
ก็เพราะคนที่เค้ามาแจกอ่ะ มันเป็นการหารายได้ของเค้า
เค้ารับจ้างแจก ก็ต้องมาแจก (ถึงแม้สิ่งที่แจกมันจะไร้สาระก็เถอะ)
แต่เค้าก็พยายามหาเงินด้วยแรงของเค้าเอง (เฉพาะคนที่แจกนะ ไม่ได้หมายถึงคนที่ให้แจก)
ถึงมันจะไมมีประโยชน์ แต่ผมก็รับมาทิ้ง... บางคนอาจจะว่าเอามาแล้วทิ้ง เอามาทำไม
ก็เอามาให้มันหมดๆ ไง หึหึ

แต่มีซักกี่คนที่เอามาทิ้งให้มันถูกที่?
ลองไปเดินตามสะพานลอยที่มีการแจกใบปลิวแบบนี้ซิครับ
เกลื่อนเลยตามพื้นอ่ะ

ซึ่งก็เรื่องนี้แหละ ที่ทำให้ผมมาเขียนวันนี้
วันนี้ผมเห็นภาพที่ขัดๆ ตาเป็นอย่างยิ่ง

ณ สะพานลอย ตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิ
ผมกะลังจะเดินข้ามไปเดอะมอลล์
ตรงบันได ซ้าย มีเด็กผู้หญิงคนนึง กำลังแจกใบปลิว
ขวา มีพนักงานทำความสะอาดกำลังกวาดใบปลิวที่พื้นมาทิ้ง

บางคนเห็นอาจจะว่ามันก็ปกติ หน้าที่ใครหน้าที่มัน..

มันก็จริง!

แต่มันก็ให้ความรุ้สึกแปลกๆ นะผมว่า
ไหนๆ ก็ัรับของเค้ามาแล้วอ่ะ ไม่เ้นประโยชน์ก็เอาไปทิ้งให้มันดีๆ หน่อย
ถึงเค้าจะมีพนักงานมาทำความสะอาดก็เถอะ
ไม่ต้องกลัวเค้าไม่มีงานหรอกครับ

ปล. อีกเรื่อง ไมjทราบว่านโยบายของใคร ที่ว่าถังขยะทำให้ทัศนียภาพเสื่อม
เลยเก็บถังขยะไปหมด! (เฉพาะบางแห่ง) ทำให้ไอ้ผมที่จะทิ้งขยะเนี่ย ไม่มีที่จะทิ้ง
ผมว่านะแทนที่จะเก็บไปหมดอ่ะ ทำให้มันสวยๆ แทนก็ได้
ทีตู้โทรศัพท์สาธารณะยังแต่งหลังคา ทำนู้นทำนี่ได้เลย
แล้วไหงไอ้ังขยะเนี่ย จะทำไม่ได้ รณรงค์ให้ทิ้งขยะให้ถูกที่
แต่ไม่มีที่ให้ทิ้ง.. จะให้ห้อยคอไว้ไปทิ้งที่บ้านหรือไง ??!?!

เลิกงอนกันเถอะ

posted on 19 Jul 2005 01:29 by ipats  in social
วันนี้อ่านข่าวเศร้าข่าวนึง...

หญิงคนนึงถูกทำร้ายจนเสียชีวิต...

เพราะกำลังขี่จักรยานตามหาแฟน...

เนื่องจากมีเรื่องทะเลาะกัน...

ทำให้แฟนเค้างอน และออกจากบ้านไป...

หญิงคนนั้นจึงออกตามหา...

แต่โชคร้าย ที่ต้องมาเจอคนเมา ทั้งเหล้าและยาบ้า.


จริงๆ แล้ว จะโทษการงอนกันเล็กๆ น้อยๆ
ก็คงไม่ถูกซะทีเดียวนักสำหรับในเรื่องนี้
แต่ก็อยากให้คิดกันหน่อย

ตัวผมเอง เด็กๆ ก็เป็นเหมือนกัน (โตมาก็ยังเป็นอยุ่)
ที่ชอบงอนก็เพราะเวลาทำแล้วเนี่ย มีคนมาสนใจ (เอาใจนั่นเอง)
เวลาไม่ได้อะไรก็งอนๆๆๆๆ ลูกเดียว เด๋วก็มีคนตามมาง้อ (จนเคยตัวซิน่า)

แต่พอไปๆ มาๆ ก็เริ่มคิดได้
ไอ้การที่เราจะไปตามง้อใครเนี่ย มันก็เหนื่อยนะ
เริ่มสงสารคนที่มาตามง้อเรา (กว่าจะคิดได้... เฮ่อ)
ก็เริ่มที่จะลดอาการลง (แค่ลดนะ.. แหะๆ)

มาเลิกงอนกันเถอะ ;D

อัจฉริยะ?

posted on 24 Jan 2006 00:09 by ipats  in social
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X4044843/X4044843.html


ความคิดเห็นที่ 3
....
จริง ๆ จะว่าไปแล้ว อัจฉริยะเด็กทุกคนก็เป็นได้น่ะ ขึ้นกับการเอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดูของพ่อแม่ เช่น ให้การศึกษาที่ดีแต่เด็ก ๆ อย่างว่าขึ้นกับเงินเป็นหลัก คนรวย ๆ มีตังจะทำอะไรก็ได้ ยิ่งดูแลลูกดีมีเงินไม่อั้น ลูกก็เก่งเป็นอัจฉริยะได้
แค่หากคุณ
...มีตังจ้างครูมาสอนดนตรีให้ลูกแต่เด็ก ๆ
...มีตังจ้างครูสอนภาษาแต่ ๆ เด็ก ๆ
...มีตังส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์แต่เด็ก ๆ เพื่อเก่งภาษา
...มีตังส่งลูกไปเรียนมหาลัยเมืองนอก
...มีตังเลี้ยงลูกในสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้อยู่แวดวงสังคมชั้นสูง กับคนเก่ง ๆ ห่างไกลวัยรุ่นจิ๋กโก๋ตีกันไม่เรียนหนังสือ
...มีตังไม่อั้น ซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียน

ถ้าคุณทำได้และให้โอกาสลูกคุณได้แบบนี้ ไปเอาเด็กเลี้ยงควายบ้านนอกที่ไหนมารับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมก็เก่งแบบนี้ได้ครับ คนเราเกิดมาเท่ากันทุกอย่างแต่โอกาสไม่เท่ากัน

---------------------------
ความคิดเห็นที่ 9

อยากให้มองที่การสั่งสอนเลี้ยงดู มากกว่าสิ่งที่พ่อแม่สามารถประเคนให้ลูกได้ด้วยน่ะครับ

เพราะจะว่าไป เด็กที่เสียคนส่วนใหญ่ ก็ลูกคนมีฐานะทั้งนั้น

และถ้ามองดูประวัติคนหลายๆคนแล้วจะพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากๆ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยมีชีวิตลำบากค่นแค้นมาก่อน เมื่อเขาไม่มี เขาถึงไขว่คว้าโอกาสการเรียนการทำงาน และโอกาสดีอื่นๆที่มี ไม่ให้หลุดลอย(รวมถึงการสู้ชีวิต อาจจะได้ความขยันติดตัวไปด้วย)

ในขณะที่ ลูกคนรวยส่วนใหญ่ มักจะเหลวแหลกถ้าเลี้ยงไม่ดี เพราะเขาสบายอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะต้องไขว่คว้าหาอะไรอีก ( ใจลึกๆก็จะคิดว่า สมบัติที่มีพอกินไปทั้งชาติ หรือ ไม่ได้คิดถึงกรณีที่ต้องเลี้ยงตัวเอง แต่เกาะสมบัติพ่อแม่กินไปเรื่อยๆ โดยหารู้ไม่ว่า พ่อแม่เขาไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ) เมื่อไม่มีอะไรขับดันให้ดิ้นรนสู้ชีวิต เขาก็จะไม่สนโอกาสอะไรต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับการเลี้ยงตัวเองในอนาคตของเขาเลย ( คือ คิดเฉพาะว่า ทำอย่างไร ปัจจุบันของเขา จะสนุกที่สุด สบายที่สุด เท่านั้น )หรือเข้าทำนองเรื่อง พ่อแม่รังแกฉัน นั่นเอง

จึงเป็นโจทย์ที่น่าสนใจว่า นอกจากจะมีทรัพย์สมบัติมากมายแล้ว เลี้ยงลูกอย่างไรจึงจะเป็นคนดี และคนเก่งได้
การยัดให้เรียนนู่นเรียนนี่อย่างเดียว กลัวเด็กจะรับไม่ไหวประสาทกินไปก่อน ก็ต้องระวังด้วยครับ ที่สำคัญ อย่าให้เขาพลาดประสบการณ์สำคัญของชีวิตในแต่ละช่วงวัยไป ;)

ขอสังเกตอีกอย่างคือ ช่วงชีวิตของคน
- เด็กที่ขยันเรียนตั้งแต่เล็กๆ ส่วนใหญ่จะเสียคนเมื่อขึ้นมัธยม หรือมหาลัย( ขาดการแนะนำที่ดีในช่วงวัยรุ่น หรือเก็บกดจากวัยเด็ก ) จะมีส่วนน้อยที่จะขยันหรือตั้งใจไปจนโต ถ้าไม่มีอะไรมาขับดันให้เขามุ่งมันจะพัฒนาตน( เช่น การเติบโตในชีวิตที่ลำบาก ต้องการความสำเร็จในอนาคตวัยทำงาน เป็นต้น )
- เด็กที่เกเรตอนเล็กๆ ถ้ายังพอจะมีความรู้จากการเรียน และ รอดชีวิตไปจนถึงเวลาที่เขามองเห็นหน้าที่ๆเขาควรทำแล้ว เขาก็สามารถกลับตัวเป็นคนดี( ซึ่งขึ้นตอนนี้ก็ต้องมีอะไรมาขับดัน หรือกระตุ้นให้เขาคิดได้เช่นกันกับกรณีข้างต้น ) คนเก่ง และขยัน ได้ชนิดแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิงได้ครับ..... แต่ในอีกทางหนึ่ง เขาก็อาจจะพิการหรือเสียชีวิตก่อนจะคิดสำนึกได้จริงๆ

ส่วนความเหลวแหลกในสังคมเมืองทุกวันนี้ ก็เป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการเลี้ยงลูกของคนยุคนี้ด้วยว่าล้มเหลวแค่ไหน หรือสถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งในระดับต่ำแค่ไหน คนรุ่นใหม่ในสังคมถึงออกมาเป็นแบบอย่างที่เป็นทุกวันนี้