7 สิ่งมหัศจรรย์ แห่ง 7 ตอนที่ 2 [จบ]
posted on 01 Oct 2009 11:28 by ipats
สวัสดีครับ คราวที่แล้ว ผมได้มาเสนอ 4 คุณสมบัติที่โดนใจผมใน Windows 7
คราวนี้ก็ขอมาต่ออีก 3 อย่างกันดีกว่าครับ
หมายเหตุ:
รูปทั้งหมดคลิกดูรูปใหญ่ได้นะครับ อยู่ใน picasaweb ผมไม่ได้ใส่ให้มัน popup เพราะฉะนั้นกดเอาเองนะ
5. Multimedia
ใน Windows 7 นั้น มีคุณสมบัติด้าน Multimedia ที่น่าประทับใจ ซึ่งมากับโปรแกรมอย่าง Windows Media Player 12 รุ่นล่าสุด, หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับโปรแกรมนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะมันเป็นโปรแกรมดูหนัง ฟังเพลงประจำวินโดวส์มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งในรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับ 7 นี้ก็มีคุณสมบัติใหม่ 2 อย่าง ที่ผมว่ามันเจ๋งมาก คือ Track Preview หรือว่า การลองฟังเพลงนั่นเองครับ
หลายๆ ครั้ง เราอาจจะเห็นชื่อเพลงแล้วนึกไม่ออก ว่ามันเพลงอะไรหว่า ใน WMP12 นี่ เพียงแค่เราเอาเมาส์ไปชี้ที่ชื่อเพลง แล้วกด Preview มันก็จะหยุดเล่นเพลงที่เล่นอยู่ แล้วมาเล่นเพลงที่เรา preview ให้ฟังได้เลย พอเอาเมาส์เลื่อนออก มันก็เล่นเพลงใน playlist ต่อไป ซึ่งตรงนี้ เราก็ตั้งค่าให้ให้เล่น preview อัตโนมัติเวลาเอาเมาส์ไปชี้เลยก็ได้ (คือไม่ต้องกด preview)
อีกคุณสมบัตินึง ก็คือ เจ้า Taskbar มหัศจรรย์นั่นเอง (จริงๆ มันมีชื่อว่า superbar แหละ) คือใน Thumbnail preview มันสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ด้วย!
ผมว่ามันสะดวกดี อาจจะไม่เท่า Windows Media Toolbar ใน XP ที่สามารถย่อวิดิโอไว้ดูเล็กได้ด้วย แต่ด้วยหน้าต่างของ WMP12 ในโหมด Now Playing มันเล็กอยู่แล้ว จึงพอทดแทนกันได้ ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ เช่น Rip, Burn, Sync ก็ยังมีอยู่
อ้อ แล้วระบบ Library ใน WMP12 นี้ ก็คือ ระบบของ 7 เลย ที่ได้พูดถึงไปเมื่อตอนที่แล้วนั่นเองครับ
มาถึงโปรแกรมด้าน Multimedia อีกตัว คือ Windows Media Center ซึ่งก็เอาไว้ดูหนัง ฟังเพลงเหมือนกัน แต่หน้าตามันเทพกว่า WMP
(สวย อิอิ)
WMC นั้นมีมาตั้งแต่ XP แล้วครับ แต่ว่าต้องใช้เป็น Media Center Edition พอมาเป็น Vista ถึงเป็นโปรแกรมนึงใน OS และก็ต่อมายัง 7 ซึ่งนอกจากจะเอาไว้ดูหนังฟังเพลงแบบ WMP แล้ว ตัว WMC ยังสามารถต่อกับ Tuner เอาไว้ดูทีวี พร้อมบันทึก (ทำตัวเป็น PVR) ได้อีกด้วย แล้วมันก็ยังต่อเน็ต ดู Internet TV ได้อีกแหนะ!
ในภาพนี้คือ กำลังเปิดข่าวจาก msnbc ครับ ด้านซ้ายนั้นเป็นวิดิโอนะ
นอกจากนี้มันก็เอาไว้ดูรูป, ผลการแข่งขันกีฬาซึ่งแบบว่า คอกีฬานี่คงชอบกันเลย เพราะมีตารางแข่งให้แต่ละลีก แยกผู้เล่นได้ด้วย ทั้งกอล์ฟ บาส บอล ฯลฯ โอ้ว แถมว่า WMP, WMC รุ่นใหม่นี้ มันเล่น DivX, XviD และอื่นๆ อีกนิดหน่อย แต่... ด้วยความที่มัน lack อะไรไปหลายอย่าง ผมว่าติด klite แล้วใช้ media player classic ดูหนังคงดีกว่า แต่ถ้าฟังเพลงนี่ มันยอดมาก ผมใช้แทน foobar เลย
อีกนิดนึงด้าน Multimedia ที่ประทับใจสุดๆ คือ Volume Control ที่ตอนนี้เปลียนชื่อเป็น Volume Mixer และเปลี่ยนไปเยอะมาก
คือ ถ้าจำแต่ก่อนได้ มันจะมี wave, midi, mic อะไรพวกนี้ คือแบ่งตามประเภทและที่มาของเสียง แต่ตอนนี้มันแบ่งตามโปรแกรมแล้ว แบบว่า ถ้าเราฟังเพลงอยู่แล้วรำคาญเสียงจากเว็บ ก็ลากเสียงของ Firefox Internet Explorer ลงมา สะดวกสุดๆ ครับ
6. Media Sharing
ต่อจากข้อที่แล้วเลยครับ ตอนแรกว่าจะรวม แต่แยกดีกว่า เพราะมัน "เจ๋ง" ทั้งคู่เลย
นานมาแล้ว Windows สามารถแชร์ไฟล์ได้ อันนี้ปกติ แล้วก็ map network drive ได้ สามารถแชร์ไฟล์มีเดียต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่ใน Windows 7 มัน เยี่ยมที่ Libraries (พระเอกอีกแล้ว) จากรูปด้านล่างนี่คือผมกำลัง Browse ไฟล์ภาพที่อยู่ใน Library ของเครื่อง IPATS-EEE ผ่านทาง Homegroup ซึ่งสะดวกกว่าการแชร์ไฟล์แบบเดิมอยู่พอควร
ส่วนอันนี้เมื่อเราเข้าไปที่ Network มันก็จะแสดงอุปกรณ์ที่สามารถเล่นมีเดียได้ (ที่มีปุ่ม play สีเขียว) และอุปกรณ์ที่เก็บมีเดีย (หลังจากมีการตั้งค่าอนุญาตการเข้าถึง เล็กน้อย)
เมื่อเราคลิกที่อุปกรณ์เก็บมีเดีย มันก็จะเปิดตัว WMP มาให้ แล้วเราก็สามารถเลือกดู/ฟังมีเดียในเครื่องที่แชร์นั้นได้เลย ซึ่งฟีเจอร์นี้ WMP เรียกว่า Stream ครับ เหมาะสำหรับการทำ Media Server มาก และแน่นอน ตัว WMC ก็ทำได้ด้วยนะ


ลองกดเข้าไปดูรูปใหญ่ จะเห็นว่า WMP (เปิดบน IPATS-PC) นั้นเล่นเพลงจาก IPATS-EEE ส่วน WMC (เปิดบน IPATS-EEE) กำลังเล่นเพลงจาก IPATS-PC
นอกจากนี้ เราสามารถควบคุมอุปกรณ์เล่นมีเดียในเน็ตเวิร์คได้ด้วย Remote Control หรือชื่อฟีเจอร์ว่า "Play To" อย่างในภาพนี้คือการเปิด Remote Control จากเครื่อง PC ให้ไปควบคุม WMP ในเครื่อง EEE เพื่อให้เล่นเพลงจากเครื่อง PC
บางคนอาจจะนึกไม่ออกว่า เอ๊ะ มันมีประโยชน์ตรงไหนเนี่ย จากตัวอย่างที่ให้ดู มันก็คงไม่อะไรมาก
แต่ลองคิดถึงอุปกรณ์อื่นๆ ในอนาคต (ปัจจุบันก็มีแล้ว) พวก Home Media Server, TV, เครื่องเสียง ฯลฯ
ตอนนี้ การทำ Home Media Server น่าจะกำลังเข้าสู่ยุคที่คนทั่วไปได้ใช้กันกว้างขวางมากขึ้น เราสามารถหาซื้อเครื่อง Nettop ในงบประมาณเพียง 5 - 6 พันบาท แล้วเอามาทำเป็น Media Server พร้อมกันนั้นก็เปิด Windows Media Center แล้วต่อออกทีวี เป็น set-top box ได้อีกด้วย เอาไว้ดูหนังฟังเพลงได้ครบ (เล่นเน็ตก็ได้) ในราคาที่ถูกพอๆ กับเครื่องเล่น DVD ซึ่งจริงๆ จอที่ต่อเป็นเพียงจอภาพที่ถูกกว่าทีวีมากก็ยังได้ เพราะที่ผมรู้สึกตอนนี้คือ TV = Monitor + Tuner, เดี๋ยวนี้คนที่ใช้ Tuner ในตัวทีวีก็น่าจะลดน้อยลง ไม่เชื่อลองดูจานแดงซิ (ถ้า set-top box ของทรูมี DVI/HDMI Output คงเอาจอมาต่อไปแล้ว 555)
นอกจากนี้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในบ้าน ยังสามารถเอาไฟล์มีเดียจาก Server ตัวนั้นมาเปิดได้อย่างง่ายดายอีก ไม่ต้องเปลืองที่เก็บไฟล์ที่ซ้ำๆ กันทุกเครื่อง สบายครับ
อ้อ มีอีกอย่าง ฟีเจอร์พวกนี้ มันทำผ่านเน็ตได้ด้วย คือเครื่องไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ที่บ้าน บนเน็ตเวิร์คเดียวกัน ก็สามารถเข้าถึงไฟล์มีเดียได้ ลองนึกถึงเวลาเอาหิ้ว Notebook ออกจากบ้าน แล้วเมื่อต่อเน็ตก็สามารถเอาไฟล์เพลงจากคอมที่บ้านมาเปิดฟังได้, โหลดรูปไปเที่ยวที่เก็บไว้ในเครื่องที่บ้านออกมาดูได้ โดยเราไม่ต้องไป Config อะไรยุ่งยากมากมาย เพราะแค่มี ID (ซึ่งตอนนี้มีแค่ Live ID ที่ใช้ได้) เอามาผูกกับเครื่อง จับมันมาอยู่ group เดียวกัน Router ก็ไม่ต้องเซ็ต (ถ้ามันรู้จัก UPnP)

ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณ Homegroup และ Libraries ที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย มากกกก
7. Application
หัวข้อนี้ผมขอพูดถึง Windows Live Essentials ถึงแม้ว่ามันไม่ได้รวมมากับ Windows 7 แต่ก็เหมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งได้ และแน่นอนว่า คงไม่มีใครเอา Live ไปติดบน OSX (บาป 555)
ตัวโปรแกรมใน Live มีอยู่หลายตัวเลยครับ แต่ที่ผมใช้ และประทับใจก็คงเป็น Windows Live Messenger และ Windows Live Photo Gallery
Messenger มีฟีเจอร์นึง ที่ผมดีใจที่มัน "ทำได้แล้ว" คือ Signed in at Multiple Places หรือก็คือการออนเอ็มหลายที่นั่นเอง ด้านการใช้งาน จะต่างกับของ GTalk เล็กน้อย คือของ Gtalk เวลามีข้อความแรกส่งเข้ามาจาก contact มันจะโชว์ในทุกๆ ที่ แล้วหลังจากนั้น ถ้าเราตอบ contact จากที่ไหน ข้อความก็จะดำเนินต่อไปเฉพาะที่นั่น ส่วนของ Messenger ข้อความทุกข้อความจะไปทุกที่ คือ ถ้าผมคุยกับเพื่อนใน PC ทั้งข้อความผม และข้อความเพื่อน จะไปปรากฏที่ EEE ด้วย ทั้งการสนทนา

ถามว่าจะเอาไปใช้ได้จริงยังไง ผมก็นึกไม่ค่อยออก แต่ที่ใช้อยู่คือ คุยๆ เครื่องนึง เปลี่ยนที่นั่งก็ไปใช้อีกเครื่องคุยต่อ ไม่สะดุด ไม่ต้อง sign in สลับกันทีละเครื่อง
ส่วน Photo Gallery ก็พัฒนาขึ้น เกือบจะเท่า Picasa แล้ว เช่น Picasa มี Face Recognition ส่วน Photo Gallery มี Face Detection ฮา คือ recognition เนี่ย คือมันจำได้ ว่าหน้านี้เหมือนกันนะ หน้านี้ของคนนั้น ฯลฯ แต่ detection คือเหมือนในกล้องอ่ะครับ คือรู้ว่าส่วนเนี่ยเป็นหน้านะมาแท็กหน้ากันเถอะ
แล้วมันก็มีฟีเจอร์ "Fix" ที่เอาไว้ปรับแต่งภาพด้วยครับ ภาพข้างล่างนี้คือหลังจาก Auto Adjust (มันหมุนภาพที่เอียงๆ ให้ด้วยแหนะ เหอๆ)
อีกอย่างนึงที่น่าสนใจคือ มันอัพโหลดรูปได้ด้วยครับ ตอนติดตั้งครั้งแรก มันจะมี Flickr มาให้ แต่ก็ติดตั้งเพิ่มได้อีก (บริการอัลบัมของ Live เองอยู่ใน เมนูหลักแยกต่างหากเลย)
และภาพในเอ็นทรีทั้งสองตอนนี้ ผมก็เก็บหน้าจอโดยใช้ปุ่ม Print Screen นี่แหละ (ไม่ได้ลอง Snipping Tool เลย เพราะกด keyboard มันสะดวก กว่า) เซฟโดย Paint และ Paint.NET แล้วก็อัพขึ้น Picasa โดยใช้ Photo Gallery :D
ก็ขอจบสิ่งมหัศจรรย์ 7 อย่าง แห่ง 7 ของผมไว้เพียงเท่านี้แล้วกันครับ
มีคนสนใจเอาไปแท็กต่อด้วย ใครใช้แล้วติดใจ ก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ :D
นอกจาก 7 อย่างนี้ ก็มีฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะชอบบ้างอีกเยอะแยะเลย เช่น
ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ
อย่าลืม Windows 7 เปิดตัว 22 ตุลานี้ทั่วโลก และในไทย มีงานที่พารากอนวันที่ 31 ตุลาครับ ;)
คราวนี้ก็ขอมาต่ออีก 3 อย่างกันดีกว่าครับ
หมายเหตุ:
รูปทั้งหมดคลิกดูรูปใหญ่ได้นะครับ อยู่ใน picasaweb ผมไม่ได้ใส่ให้มัน popup เพราะฉะนั้นกดเอาเองนะ
5. Multimedia
ใน Windows 7 นั้น มีคุณสมบัติด้าน Multimedia ที่น่าประทับใจ ซึ่งมากับโปรแกรมอย่าง Windows Media Player 12 รุ่นล่าสุด, หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับโปรแกรมนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะมันเป็นโปรแกรมดูหนัง ฟังเพลงประจำวินโดวส์มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งในรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับ 7 นี้ก็มีคุณสมบัติใหม่ 2 อย่าง ที่ผมว่ามันเจ๋งมาก คือ Track Preview หรือว่า การลองฟังเพลงนั่นเองครับ
หลายๆ ครั้ง เราอาจจะเห็นชื่อเพลงแล้วนึกไม่ออก ว่ามันเพลงอะไรหว่า ใน WMP12 นี่ เพียงแค่เราเอาเมาส์ไปชี้ที่ชื่อเพลง แล้วกด Preview มันก็จะหยุดเล่นเพลงที่เล่นอยู่ แล้วมาเล่นเพลงที่เรา preview ให้ฟังได้เลย พอเอาเมาส์เลื่อนออก มันก็เล่นเพลงใน playlist ต่อไป ซึ่งตรงนี้ เราก็ตั้งค่าให้ให้เล่น preview อัตโนมัติเวลาเอาเมาส์ไปชี้เลยก็ได้ (คือไม่ต้องกด preview)
อีกคุณสมบัตินึง ก็คือ เจ้า Taskbar มหัศจรรย์นั่นเอง (จริงๆ มันมีชื่อว่า superbar แหละ) คือใน Thumbnail preview มันสามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ด้วย!
ผมว่ามันสะดวกดี อาจจะไม่เท่า Windows Media Toolbar ใน XP ที่สามารถย่อวิดิโอไว้ดูเล็กได้ด้วย แต่ด้วยหน้าต่างของ WMP12 ในโหมด Now Playing มันเล็กอยู่แล้ว จึงพอทดแทนกันได้ ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ เช่น Rip, Burn, Sync ก็ยังมีอยู่
อ้อ แล้วระบบ Library ใน WMP12 นี้ ก็คือ ระบบของ 7 เลย ที่ได้พูดถึงไปเมื่อตอนที่แล้วนั่นเองครับ
มาถึงโปรแกรมด้าน Multimedia อีกตัว คือ Windows Media Center ซึ่งก็เอาไว้ดูหนัง ฟังเพลงเหมือนกัน แต่หน้าตามันเทพกว่า WMP
(สวย อิอิ)
WMC นั้นมีมาตั้งแต่ XP แล้วครับ แต่ว่าต้องใช้เป็น Media Center Edition พอมาเป็น Vista ถึงเป็นโปรแกรมนึงใน OS และก็ต่อมายัง 7 ซึ่งนอกจากจะเอาไว้ดูหนังฟังเพลงแบบ WMP แล้ว ตัว WMC ยังสามารถต่อกับ Tuner เอาไว้ดูทีวี พร้อมบันทึก (ทำตัวเป็น PVR) ได้อีกด้วย แล้วมันก็ยังต่อเน็ต ดู Internet TV ได้อีกแหนะ!
ในภาพนี้คือ กำลังเปิดข่าวจาก msnbc ครับ ด้านซ้ายนั้นเป็นวิดิโอนะ
นอกจากนี้มันก็เอาไว้ดูรูป, ผลการแข่งขันกีฬาซึ่งแบบว่า คอกีฬานี่คงชอบกันเลย เพราะมีตารางแข่งให้แต่ละลีก แยกผู้เล่นได้ด้วย ทั้งกอล์ฟ บาส บอล ฯลฯ โอ้ว แถมว่า WMP, WMC รุ่นใหม่นี้ มันเล่น DivX, XviD และอื่นๆ อีกนิดหน่อย แต่... ด้วยความที่มัน lack อะไรไปหลายอย่าง ผมว่าติด klite แล้วใช้ media player classic ดูหนังคงดีกว่า แต่ถ้าฟังเพลงนี่ มันยอดมาก ผมใช้แทน foobar เลย
อีกนิดนึงด้าน Multimedia ที่ประทับใจสุดๆ คือ Volume Control ที่ตอนนี้เปลียนชื่อเป็น Volume Mixer และเปลี่ยนไปเยอะมาก
คือ ถ้าจำแต่ก่อนได้ มันจะมี wave, midi, mic อะไรพวกนี้ คือแบ่งตามประเภทและที่มาของเสียง แต่ตอนนี้มันแบ่งตามโปรแกรมแล้ว แบบว่า ถ้าเราฟังเพลงอยู่แล้วรำคาญเสียงจากเว็บ ก็ลากเสียงของ Firefox Internet Explorer ลงมา สะดวกสุดๆ ครับ
6. Media Sharing
ต่อจากข้อที่แล้วเลยครับ ตอนแรกว่าจะรวม แต่แยกดีกว่า เพราะมัน "เจ๋ง" ทั้งคู่เลย
นานมาแล้ว Windows สามารถแชร์ไฟล์ได้ อันนี้ปกติ แล้วก็ map network drive ได้ สามารถแชร์ไฟล์มีเดียต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่ใน Windows 7 มัน เยี่ยมที่ Libraries (พระเอกอีกแล้ว) จากรูปด้านล่างนี่คือผมกำลัง Browse ไฟล์ภาพที่อยู่ใน Library ของเครื่อง IPATS-EEE ผ่านทาง Homegroup ซึ่งสะดวกกว่าการแชร์ไฟล์แบบเดิมอยู่พอควร
ส่วนอันนี้เมื่อเราเข้าไปที่ Network มันก็จะแสดงอุปกรณ์ที่สามารถเล่นมีเดียได้ (ที่มีปุ่ม play สีเขียว) และอุปกรณ์ที่เก็บมีเดีย (หลังจากมีการตั้งค่าอนุญาตการเข้าถึง เล็กน้อย)
เมื่อเราคลิกที่อุปกรณ์เก็บมีเดีย มันก็จะเปิดตัว WMP มาให้ แล้วเราก็สามารถเลือกดู/ฟังมีเดียในเครื่องที่แชร์นั้นได้เลย ซึ่งฟีเจอร์นี้ WMP เรียกว่า Stream ครับ เหมาะสำหรับการทำ Media Server มาก และแน่นอน ตัว WMC ก็ทำได้ด้วยนะ


ลองกดเข้าไปดูรูปใหญ่ จะเห็นว่า WMP (เปิดบน IPATS-PC) นั้นเล่นเพลงจาก IPATS-EEE ส่วน WMC (เปิดบน IPATS-EEE) กำลังเล่นเพลงจาก IPATS-PC
นอกจากนี้ เราสามารถควบคุมอุปกรณ์เล่นมีเดียในเน็ตเวิร์คได้ด้วย Remote Control หรือชื่อฟีเจอร์ว่า "Play To" อย่างในภาพนี้คือการเปิด Remote Control จากเครื่อง PC ให้ไปควบคุม WMP ในเครื่อง EEE เพื่อให้เล่นเพลงจากเครื่อง PC
บางคนอาจจะนึกไม่ออกว่า เอ๊ะ มันมีประโยชน์ตรงไหนเนี่ย จากตัวอย่างที่ให้ดู มันก็คงไม่อะไรมาก
แต่ลองคิดถึงอุปกรณ์อื่นๆ ในอนาคต (ปัจจุบันก็มีแล้ว) พวก Home Media Server, TV, เครื่องเสียง ฯลฯ
ตอนนี้ การทำ Home Media Server น่าจะกำลังเข้าสู่ยุคที่คนทั่วไปได้ใช้กันกว้างขวางมากขึ้น เราสามารถหาซื้อเครื่อง Nettop ในงบประมาณเพียง 5 - 6 พันบาท แล้วเอามาทำเป็น Media Server พร้อมกันนั้นก็เปิด Windows Media Center แล้วต่อออกทีวี เป็น set-top box ได้อีกด้วย เอาไว้ดูหนังฟังเพลงได้ครบ (เล่นเน็ตก็ได้) ในราคาที่ถูกพอๆ กับเครื่องเล่น DVD ซึ่งจริงๆ จอที่ต่อเป็นเพียงจอภาพที่ถูกกว่าทีวีมากก็ยังได้ เพราะที่ผมรู้สึกตอนนี้คือ TV = Monitor + Tuner, เดี๋ยวนี้คนที่ใช้ Tuner ในตัวทีวีก็น่าจะลดน้อยลง ไม่เชื่อลองดูจานแดงซิ (ถ้า set-top box ของทรูมี DVI/HDMI Output คงเอาจอมาต่อไปแล้ว 555)
นอกจากนี้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในบ้าน ยังสามารถเอาไฟล์มีเดียจาก Server ตัวนั้นมาเปิดได้อย่างง่ายดายอีก ไม่ต้องเปลืองที่เก็บไฟล์ที่ซ้ำๆ กันทุกเครื่อง สบายครับ
อ้อ มีอีกอย่าง ฟีเจอร์พวกนี้ มันทำผ่านเน็ตได้ด้วย คือเครื่องไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ที่บ้าน บนเน็ตเวิร์คเดียวกัน ก็สามารถเข้าถึงไฟล์มีเดียได้ ลองนึกถึงเวลาเอาหิ้ว Notebook ออกจากบ้าน แล้วเมื่อต่อเน็ตก็สามารถเอาไฟล์เพลงจากคอมที่บ้านมาเปิดฟังได้, โหลดรูปไปเที่ยวที่เก็บไว้ในเครื่องที่บ้านออกมาดูได้ โดยเราไม่ต้องไป Config อะไรยุ่งยากมากมาย เพราะแค่มี ID (ซึ่งตอนนี้มีแค่ Live ID ที่ใช้ได้) เอามาผูกกับเครื่อง จับมันมาอยู่ group เดียวกัน Router ก็ไม่ต้องเซ็ต (ถ้ามันรู้จัก UPnP)

ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณ Homegroup และ Libraries ที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย มากกกก
7. Application
หัวข้อนี้ผมขอพูดถึง Windows Live Essentials ถึงแม้ว่ามันไม่ได้รวมมากับ Windows 7 แต่ก็เหมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งได้ และแน่นอนว่า คงไม่มีใครเอา Live ไปติดบน OSX (บาป 555)
ตัวโปรแกรมใน Live มีอยู่หลายตัวเลยครับ แต่ที่ผมใช้ และประทับใจก็คงเป็น Windows Live Messenger และ Windows Live Photo Gallery
Messenger มีฟีเจอร์นึง ที่ผมดีใจที่มัน "ทำได้แล้ว" คือ Signed in at Multiple Places หรือก็คือการออนเอ็มหลายที่นั่นเอง ด้านการใช้งาน จะต่างกับของ GTalk เล็กน้อย คือของ Gtalk เวลามีข้อความแรกส่งเข้ามาจาก contact มันจะโชว์ในทุกๆ ที่ แล้วหลังจากนั้น ถ้าเราตอบ contact จากที่ไหน ข้อความก็จะดำเนินต่อไปเฉพาะที่นั่น ส่วนของ Messenger ข้อความทุกข้อความจะไปทุกที่ คือ ถ้าผมคุยกับเพื่อนใน PC ทั้งข้อความผม และข้อความเพื่อน จะไปปรากฏที่ EEE ด้วย ทั้งการสนทนา

ถามว่าจะเอาไปใช้ได้จริงยังไง ผมก็นึกไม่ค่อยออก แต่ที่ใช้อยู่คือ คุยๆ เครื่องนึง เปลี่ยนที่นั่งก็ไปใช้อีกเครื่องคุยต่อ ไม่สะดุด ไม่ต้อง sign in สลับกันทีละเครื่อง
ส่วน Photo Gallery ก็พัฒนาขึ้น เกือบจะเท่า Picasa แล้ว เช่น Picasa มี Face Recognition ส่วน Photo Gallery มี Face Detection ฮา คือ recognition เนี่ย คือมันจำได้ ว่าหน้านี้เหมือนกันนะ หน้านี้ของคนนั้น ฯลฯ แต่ detection คือเหมือนในกล้องอ่ะครับ คือรู้ว่าส่วนเนี่ยเป็นหน้านะมาแท็กหน้ากันเถอะ
แล้วมันก็มีฟีเจอร์ "Fix" ที่เอาไว้ปรับแต่งภาพด้วยครับ ภาพข้างล่างนี้คือหลังจาก Auto Adjust (มันหมุนภาพที่เอียงๆ ให้ด้วยแหนะ เหอๆ)
อีกอย่างนึงที่น่าสนใจคือ มันอัพโหลดรูปได้ด้วยครับ ตอนติดตั้งครั้งแรก มันจะมี Flickr มาให้ แต่ก็ติดตั้งเพิ่มได้อีก (บริการอัลบัมของ Live เองอยู่ใน เมนูหลักแยกต่างหากเลย)
และภาพในเอ็นทรีทั้งสองตอนนี้ ผมก็เก็บหน้าจอโดยใช้ปุ่ม Print Screen นี่แหละ (ไม่ได้ลอง Snipping Tool เลย เพราะกด keyboard มันสะดวก กว่า) เซฟโดย Paint และ Paint.NET แล้วก็อัพขึ้น Picasa โดยใช้ Photo Gallery :D
ก็ขอจบสิ่งมหัศจรรย์ 7 อย่าง แห่ง 7 ของผมไว้เพียงเท่านี้แล้วกันครับ
มีคนสนใจเอาไปแท็กต่อด้วย ใครใช้แล้วติดใจ ก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ :D
นอกจาก 7 อย่างนี้ ก็มีฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะชอบบ้างอีกเยอะแยะเลย เช่น
- Personalization (แต่มี Screen Saver ให้เลือกน้อยเหมือนเดิม)
- WordPad เปิด docx, odt ได้ด้วย แต่ doc และ wri ซึ่งเปิดไม่ได้มานานแล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีของฟอร์แมตปิดที่นึกอยากตายก็ตายไปเลย
- XP Mode ซึ่งก็คือ Virtual PC ที่มันเอาหน้าต่างออกมาข้างนอกได้ และสะดวกขึ้น แต่ผมไม่มีความจำเป็นตรงส่วนนี้เท่าไหร่ เลยเฉยๆ อีกเหตุผลคือ ใช้ VirtualBox อยู่แล้ว เพื่อ IE6! 555
- IE8 มี Accelerators เหมือนจะสะดวกดี แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้, มี Developer Tools เป็น Microsoft Firebug of Internet Explorer ได้เลย เหอๆ
- XPS ตัวนี้พยายามเข็นมาสู้ PDF ใน 7 ก็มี Virtual Printer พร้อม XPS Reader มาให้พร้อม (แต่ผมก็ติด CutePDF ใช้อยู่ดี)
ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ
อย่าลืม Windows 7 เปิดตัว 22 ตุลานี้ทั่วโลก และในไทย มีงานที่พารากอนวันที่ 31 ตุลาครับ ;)
Tags: feature, os, review, windows 75 Comments
ไอ้แพท..




มาสเตอร์แชมป์
เก็บแฟ้มวีดิโอในแมคแล้วงง เดี๋ยวไปโผล่ใน iTunes เดี๋ยวไปโผล่ใน iPhoto - -\"
#1 By bact\' (58.136.52.235) on 2009-10-01 12:19