7 สิ่งมหัศจรรย์ แห่ง 7 ตอนที่ 1
posted on 28 Sep 2009 08:56 by ipats
สวัสดีครับ ห่างหายไปนานเลยช่วงนี้ :D
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พอดีว่าได้มีโอกาสไปร่วมงาน Windows 7 Blogger Day ที่ทาง Microsoft ประเทศไทยจัดขึ้น ก็มีการโชว์คุณสมบัติใหม่ๆ ใน 7 ให้ดูกันพอสมควร แต่เนื่องด้วย.. พูดตรงๆ ว่า ไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไหร่เพราะขาดคุณสมชัติที่ผมว่ามันเจ๋งๆ ไปเยอะ แต่โดยรวมก็ชอบงานนะครับ ดูเป็นกันเอง ฮาๆ ดี :p
[สรุปงาน สามารถหาอ่านได้ตามลิงค์]
ด้วยว่าตอนนี้คอมตัวหลักผมก็ใช้ Windows 7 อยู่ เป็นรุ่น Professional (RTM Build 7600) ก็เลยคิดว่า มาเขียนถึงสิ่งที่ตัวเองชอบใน 7 ในแบบของผมเลยดีกว่า :D
ก่อนอื่น ขอออกตัวก่อนว่า ผมก็เป็นแค่ผู้ใช้ทั่วๆ ไป ไม่ได้อะไรมากมาย + ผมไม่เคยใช้ Vista เพราะฉะนั้น การกระโดดจาก XP มา 7 เลย อาจจะทำให้ตื่นเต้นมากเกินไปกับบางอย่าง ;)
เอาหล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนาะ
1. Start Menu & Explorer
จะเริ่ม ก็เริ่มที่ "เมนูเริ่มต้น" เลย หน้าตาต่างจาก XP ไปแบบคนละเรื่อง คงคล้ายๆ กับ Vista (บอกแล้วว่าไม่เคยใช้!) แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาที่เห็นได้ชัดและมีประโยชน์ก็คือ Jump List (ไม่มีรูปให้ดู แต่อ่านแบบละเอียดได้ที่รีวิวนี้เลย) อธิบายง่ายๆ มันเหมือนกับ Recent Documents ที่แยกตามโปรแกรม บวกเข้ากับ สิ่งที่เราจะทำกับโปรแกรม เช่น Live Messenger เราก็สามารถสั่ง Offline ได้จากเมนูนี้เลย ไม่ต้องเปิดหน้าต่างโปรแกรมขึ้นมา (รายละเอียดอ่านในรีวิวพี่มาร์คล่ะกันครับ พี่เค้าเขียนไว้ดีแล้ว (อู้มาก 555)) นอกจากนี้ก้มีเรื่อง Taskbar แบบใหม่ ที่ผมจะค่อยๆ โชว์สิ่งที่ผมว้าวววให้ดูทีหลัง :D
อีกอย่างที่ผมชอบใน Start Menu แบบนี้ก็คือช่องค้นหาที่มีมาตั้งแต่ Vista ซึ่งทำให้ผมไม่ต้องไปนั่งไล่หาโปรแกรมจากเมนูอันซันซ้อนและมากมาย เพียงกด Start Menu แล้วพิมพ์ชื่อโปรแกรมมันก็จะขึ้นมาให้เราเลือก จริงๆ ผมชินวิธีแบบนี้ตั้งแต่ใช้โปรแกรม Launchy ที่ติดตั้งบน XP แล้ว และทำให้เห็นข้อแตกต่างกันว่า ใน Launchy มันค้นหาชื่อโปรแกรมได้เก่งกว่า Start Menu เพราะมันหาเป็นตัวอักษร แต่ Start Menu หาเป็นคำๆ เช่น โปรแกรม Paint.NET ผมสามารถพิมพ์ pnet บน Launchy ได้ แต่พิมพ์กับ Start Menu ไม่ได้ ปัญหาจริงๆ ที่เจอคือ ผมพิมพ์ power shell (มีเว้นวรรค) แล้วมันหาโปรแกรม Windows PowerShell ไม่เจอ - -"
นอกจากที่ Start Menu แล้วไอ้ช่องค้นหาตัวนี้ มันก็ไปปรากฏอยู่กับ Windows Explorer ด้วย ทำให้สามารถหาอะไรได้สะดวกขึ้น ที่ผมใช้บ่อยๆ คือในหน้า Control Panel เวลาหาวิธีปรับแต่งอะไรไม่เจอก็พิมพ์เข้าไป แล้วจะเจอเอง แล้วในตัว Windows Explorer ก็มีที่ชอบอีกนิดนึง คือเราสามารถกำหนดขนาดไอคอนได้อย่างอิสระ ส่วน Location Bar ด้านซ้าย ก็เปลี่ยนรูปแบบใหม่ ทำให้สามารถเข้าออกโฟลเดอร์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกด Up ไปทีละขั้น รวมทั้งไม่ต้องไปซับซ้อนกับ Tree View ที่เคยมีอยู่ใน XP ด้วย (7 ก็ยังมี แต่ผมว่ามันถูกลดความสำคัญลงไปนะ)
จากรูปจะเห็นว่ามันลิสท์โฟลเดอร์ในชั้นนั้นมาให้เรากดเลือกได้เลย รวมทั้งไฟล์ zip ด้วย ใช่แล้วครับ มันมองไฟล์ zip เป็นเหมือนโฟลเดอร์นึง (ไม่ได้ใหม่ ตั้งแต่ XP แล้ว แต่ก็ยังชอบอยู่)
2. Libraries
ระบบไลบรารี่ (ห้องสมุด?) คงไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูดมาก มันคล้ายๆ กับระบบไลบรารี่ในโปรแกรมเล่นเพลงต่างๆ นั่นแหละครับ (iTunes, foobar, Windows Meda Player) เพียงแต่อันนี้มันเป็นของระบบปฏิบัติการเลย และมีการแยกประเภทของไฟล์ต่างๆ เอาไว้พร้อม มี เอกสาร, เพลง, รูปภาพ และวิดีโอ
ประโยชน์ของมันที่ผมเห็นตอนนี้คือ มันจะช่วยรวบรวมไฟล์ประเภทเดียวกัน ที่กระจัดกระจายอยู่คนละโฟลเดอร์มาให้เราเป็นเป็นที่เดียวกัน ลองดูจากรูปนะครับ ผมเก็บรูปภาพไว้ในหลาย Folder ซึ่งแต่ก่อน ถ้าจะดูรูปทั้งหมดหรือหารูป ก็ต้องไปควานหาในทุกที่ แต่ตอนนี้มันก็รวมมาให้ดูที่เดียว

สำหรับในส่วนของเพลง เอกสาร และวิดิโอก็คล้ายๆ กัน คือเราสามารถแยกที่เก็บจริงๆ ของไฟล์ได้ แต่เรายังเห็นมันอยู่ในไลบรารี่เดียวกันอยู่ ซึ่งก็ค่อนข้างสะดวกทีเดียว
ประโยชน์อีกอย่างคือ โปรแกรมต่างๆ สามารถ "หยิบ" เอาคุณสมบัตินี้ของระบบปฏิบัติการไปใช้ได้เลย ไม่ต้องมา implement แยกของตัวเองต่างหากให้มันซ้ำซ้อนอีกต่อไป (ลองนึกถึงตอนติด foobar แล้วเพิ่มโฟลเดอร์เข้าไลบรารี่ รอไป 1 ชาติเศษ และพอลง iTunes ก็ต้องเพิ่มเข้าไปใหม่ แล้วก็รออีก 1 ชาติเศษ) ผมจำได้ว่าช่วง Beta ทางไมโครซอฟท์ได้มีการจัดแข่งพัฒนาซอฟท์แวร์ที่ใช้ประโยชน์จากไลบรารี่ด้วย ทำให้คิดได้ว่าต่อไปมันจะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญเลยทีเดียว
3. System Rating และ Game Explorer
สองตัวนี้ดูไม่เกี่ยวกัน แต่มันเกี่ยวกัน :D
System Rating หรือชื่อจริงๆ คือ Windowd Experience Index คือตัวเลขที่วินโดวส์ใช้วัดประสิทธิภาพเครื่องของเราครับ จะเป็นเลขตั้งแต่ 1.0 - 7.9 ยิ่งเลขสูง ก็แปลว่าเครื่องแรง โดยตัวเลขจะมี 2 แบบ คือ Base Score กับ Sub Score ซึ่ง Base Score ก็คือ Sub Score ที่ต่ำสุด โดย Sub Score จะแยกออกเป็นหมวดต่างๆ 5 หมวด ได้แก่ CPU, RAM, HDD, Graphics และ Gaming Graphics อย่างในภาพ เครื่องผมได้คะแนน Graphics ต่ำสุดที่ 3.1 ตัว Base Score ก็จะเป็น 3.1 แล้วเราจะเอาตัวเลขนี้มาทำอะไร? ดูกันต่อที่ Game Explorer
Game Explorer นั้น คือศูนย์รวมเกมในเครื่องครับ ไม่ว่าเราจะติตตั้งเกมอะไร ถ้าระบบมันรู้จัก มันก็จะเอามาใส่ไว้ในนี้ ให้เราได้เรียกใช้งานง่ายๆ ในหน้าของ GE (ขอย่อมันยาว) ก็จะแสดงเกมต่างๆ ในเครื่อง ทางด้านขวาก็จะมีข้อมูลต่างๆ ที่ผมเห็นตอนนี้จะมีอยู่ 3 แท็บ คือแท็บแรกที่เห็นในรูปจะเป็น Ratings ซึ่งคนละตัวกับ System Rating นะครับ อย่างเพิ่งงง หรือสงสัยว่าผมจะเอามันมาเกี่ยวกันตรงนี้ :p
Ratings ตรงนี้จะหมายถึงเรทของเกมครับ ค่าดีฟอล์ทคือใช้ของ ESRB แต่สามารถเปลี่ยนได้ และเอาไปลิงค์กับระบบ Parental Controls ได้ด้วย (แต่ผมไม่ได้ลองนะ ไม่มีใครมาคุม 555)
แท็บถัดไป อันนี้แหละที่เกี่ยวกับค่า WEI คือ Performance แท็บนี้จะบอกว่า เกมแต่ละเกม ต้องการตัวเลข WEI ขั้นต่ำเท่าไหร่ แนะนำเท่าไหร่ และระบบจริงๆ ตอนนี้เท่าไหร่ ซึ่งการอ้างอิงตัวเลขตัวเดียวแบบนี้ ผมว่ามันสะดวกกว่าการต้องมาดูว่า เกมนี้เอาแรมเท่าไหร่ เอาการ์ดจออะไร ต้อง CPU รุ่นไหน ฯลฯ นึกถึงข่าว AMD ที่ออกแบรนด์ให้คนแยกแยะประสิทธิภาพเครื่องได้ง่ายๆ เลย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องมางง สับสนให้มาก

ส่วนแท็บสุดท้าย Statistics อันนี้ก็เอาไว้ดูสถิติของเกมที่เราเล่นได้โดยไม่ต้องเปิดเกมเข้าไปดู เหมาะเอาไว้เปิดโชว์สำหรับพวกที่ชอบเล่นแข่งกัน (เช่น ชั้นเล่นซูม่าได้คะแนน... แล้วนะ - ประโยคที่จะได้ยินตามออฟฟิศ)
4. Devices
อันนี้ไม่มีอะไรมาก แต่ผมชอบเพราะรูปมันสวยดี และมันก็ Centralized (อีกแล้ว) คือ Devices ทุกอย่างที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ จะมาอยู่ที่ตรงนี้ที่เดียว ไม่ต้องไปขุดไปหาที่ไหนให้ลำบาก มาหน้านี้จัดการได้หมด เลือก device แล้วมันก็จะเข้าหน้าจัดการของอุปกรณ์นั้นๆ ให้ พร้อมลิสท์รายการว่าเราสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง


มันสะดวกไหมล่ะ จะเสียบกล้อง MP3 เครื่องพิมพ์ ฯลฯ ก็มาโผล่นี่หมด อุปกรณ์ที่ต่อผ่าน bluetooth ก็ด้วยนะ pair แล้วมันก็จะมาโผล่ตรงนี้ นอกจากนี้ เจ้าตัว Taskbar มหัศจรรย์ (ที่หลายคนคงเห็นมันวึ๊บๆ วั๊บๆ จนเบื่อแล้ว - ผมเลยขอไม่พูดถึง) มันก็จะขึ้นไอคอนของอุปกรณ์บางตัว (เช่น กล้อง ในภาพนี้) เวลาเราเสียบไว้ด้วย พร้อมกับ บอกสถานะของอุปกรณ์ตัวนั้นใน thumbnail ด้วยเลย เจ๋งซะ!
![]()
แต่ก็มีข้อตินิดนึง ตรง default action เวลา double-click อุปกรณ์ในหน้าลิสท์ ส่วนใหญ่จะเป็น Properties ทั้งๆ ที่น่าจะไปอะไรที่มัน make sense กว่า เช่น คลิกที่จอ ก็ไปปรับความละเอียดหรือภาพพื้นหลัง, คลิกที่การ์ดเน็ตเวิร์คก็ไปที่ศูนย์เน็ตเวิร์ค (Network and Sharing Center) ไอ้ที่คลิกแล้วโชว์รายละเอียด driver มันดูไม่ค่อย make sense เท่าไหร่มั๊ง ลองคิดถึงคนทั่วไป จะคลิก music player ซึ่งคาดว่าจะได้ browse file กลับกลายเป็นอะไรที่อ่านไม่รู้เรื่อง (แต่ยังดีที่มีบอกให้คลิกขวานะจ๊ะถ้าจะทำอย่างอื่น)
ส่วนเรื่อง Driver ถ้าอุปกรณ์ไม่ได้พิสดารมากมาย เสียบปุ๊บ รอมันต่อ Windows Update แป๊บเดียวใช้ได้ ถือว่าได้ใจผมเพิ่มไปอีกนิด เสียแต่ว่า ตอนผมลงครั้งแรก อุปกรณ์ทุกอย่างรู้จักหมดยกเว้น Wireless Adapter ซึ่งซวย เพราะทำให้ต่อ Windows Update เพื่อหา driver ไม่ได้ เลยต้องลำบากกันนิดนึง- -"
สำหรับวันนี้ก็ขอพอเท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะยาวไป 4 ตัวแล้ว คราวหน้าอีก 3 ตัว ครบ 7 นะครับ รับรองว่าคราวหน้าสนุกกว่านี้ และทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ
ชาบู ชาบู
ไอ้แพท..





มาสเตอร์แชมป์
#1 By Memory_Diary on 2009-09-28 09:36