เปิดซิง.. ซิ่งภาคสอง
posted on 07 Apr 2008 15:47 by ipats
สวัสดีครับ.. หายหน้าหายตาไปหลายวัน (ตั้งวันนึงแหนะ!!)
ก็ไม่ได้ไปไหน.. ตะลอนๆ แรดไปวันๆ เพื่อนฝูงเยอะ เอิ้กๆ :p
เริ่มแรกก่อนเข้าเรื่อง.. มีคนท่านค่อนขอดมาว่า.. ชื่อหัวเรื่องคราวที่แล้วผมพิมพ์ผิด!!
จริงๆ มันต้อง "ซิง" แต่ผมพิมพ์เป็น "ซิ่ง"
แหมม.. อยากจะบอกเหลือเกินว่า ผมไม่ได้พิมพ์ผิดหรอกครับ
แต่.. ผิดตั้งแต่ผันวรรณยุกต์เลยหล่ะ ฮ่วย - -"
ก็ไม่เป็นไรครับ.. ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านเก่ง สามารถเข้าใจผมได้เป็นอย่างดี
มาคราวนี้ เพื่อกันความผิดพลาด ผมเลยใส่หัวเรื่องมันซะสองคำเลย
ฮ่ะฮ่าฮ้าาา (แถจริงๆ อีตานี่)
อ่ะ มาเข้าเรื่องต่อ
หลังจากคืนวันศุกร์ กลับมาเหนื่อยๆ จากพระรามแปด ผมก็นั่งเม้าท์และเมากับพี่ๆ เค้าต่อ
จนได้เวลาอันสมควร หัวเริ่มหนักๆ ก็เลื้อยไปนอนเกลือกกลิ้งเก็บแรงไว้ไปทริปต่อ
นอนๆ ยังไม่ทันรู้สึกได้ว่าหลับ.. ก็ลืมตาขึ้นมา... เฮ๊ย จะหกโมงแล้ว!! (นัดหกครึ่ง)
หลังจากเตรียมตัวๆ (จำไม่ได้ล่ะว่าทำไรไปกันมั่ง กำลังมึนๆ ง่วงๆ)
สรุปความได้ว่า ผมก็ได้ขึ้นรถปิกอัพจากบ้านพี่ด็อกมุ่งหน้าปลายทางเลย
ขณะที่มีบางท่านโชคดีได้วอร์มอัพก่อน ด้วยการปั่นจักรยานไปบ้านพี่คนอื่น
เพื่อทำการบรรทุกขึ้นรถยนต์กันอีกต่อ
และนี่ก็คือจุดหมายปลายทางครับ มันคือบริเวณสวนเขาไม้แก้ว ใกล้ๆ วัดถ้ำประทุน

หลังจากแวะทานข้าว และแวะชมวิวไปหลายจุด (แปลได้ว่าหลงทางนั่นเอง)
ในที่สุด เราก็ได้มาถึงจุดหมายกันเป็นคันแรกเลย.. ก็นั่งรอคันอื่นๆ มากันครบ
เอาจักรยานลงประกอบ เตรียมความพร้อม
งานนี้มีเจ้าถิ่นเป็นคุณตา อายุทราบมาว่าหกสิบไปแล้ว
แต่ยังแข็งแรงเป็นนักปั่นมืออาชีพมาช่วยนำทางขึ้นเขาให้ (เห็นแล้ว เด็กยี่สิบอย่างเราอาย)
ก่อนเริ่ม ผมก็ไปปั่นๆ เล่น ลองรถก่อนเนื่องจากว่า.. ไม่เคยขี่จักรยานมีเกียร์เลย
คือรอบนี้ผมได้ Trek 4300 มาใช้ เป็นจักรยานแบบมีเกียร์ (ถ้าจำไม่ผิด มันจะมี 24 เกียร์)
ปกติปั่นสตรีท จะได้ใช้ Specialized P3 ซึ่งเป็นแบบ single speed
พี่เค้าก็แนะนำว่า.. มันมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์ ทั้งหมดสี่อัน ซ้ายสอง ขวาสอง
อยู่ที่แฮนด์แต่ละข้าง ข้างซ้ายก็เป็นของเฟืองหน้า ขาวก็เฟืองหลัง ตรงกับเบรค จำง่าย
ที่จำยากคือ แต่ละข้างจะมีสองปุ่ม เอาไว้เลื่อนโซ่ให้ไปใบเฟืองที่ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง
อันนี้แรกๆ ก็ต้องมีคิดกันหน่อย คือ
ถ้าเฟืองหน้าเล็กลง จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าใหญ่ขึ้นก็กลับกัน
กลับกันกับข้างหลัง คือ
ถ้าเฟืองหลังใหญ่ขึ้น จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าเล็กลงก็กลับกัน
ก็ตามหลักอัตราทดตามจำนวนฟันนั่นหล่ะครับ เป็นการส่งแรงจากเฟืองหน้าไปเฟืองหลัง
คิดแล้วนึกถึง τ (Torque) กะ ω (Angular velocity) ตอนทำงานที่ TTET จริงๆ... สยอง~~
หลังจากลองๆ ปั่น และเปลี่ยนเกียร์จนเริ่มโอเค และพี่ๆ เค้าพร้อมกันหมด..
เราก็เริ่มต้นกันตอนประมาณสิบเอ็ดโมง เส้นทางในป่าก็มีระยะทางรวมประมาณ 12km
(ดูเหมือนน้อยกว่า 35km เมื่อคืน.. แต่โหดกว่ามากๆ)
เส้นทาง แรกๆ ก็มันๆ ดีครับ มีขึ้นเล็กน้อย พอปั่นได้ แล้วก็มีลงองศาเล็กๆ ให้ไหลๆ พอเอามัน
แล้วมันก็เริ่มชันขึ้นๆ คุณตาที่มานำทาง (มีสองคน คนนึงนำ คนนึงปิดท้าย)
คนที่ปิดท้าย ซึ่ง อยู่ใกล้ผม (เพราะผมโหล่สุด เอิ้กๆ) ก็บอกว่า ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ
...ผมอ่ะไม่ได้รีบหรอกครับ ใจก็เย็น แต่มันเต้นไม่เป็นจังหวะเลยหน่ะซิ
// สงสัยต้องเปิดเพลงบี้ฟังไปด้วย.. มาเล่นในใจฉันเต้นแบบนี้ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม - -"
เส้นทางบางช่วงก็ขึ้นชันมาก จนใช้เกียร์ต่ำสุด (เค้าเรียกต่ำสุดป่ะ?) ก็ยังขึ้นไม่ไหว ต้องจูงๆ เอา
ส่วนช่วงที่ลงชันมากๆ พวกพีเค้าก็ไถลลงกันสนุกสนาน ส่วนผม.. ขอจูงลงอย่าสนุกสนานดีกว่า แหะๆ
แต่ช่วงไหนที่ไม่ชันมาก ผมก็ขี่ลงนะ เสียวๆ มันๆ ดี
คล้ายๆ นั่งรถไฟเหาะตีลังกาแต่ไม่มีเข็มขัดรัดหน่ะ (คือมันจะหลุดไปตอนไหนก็ได้ เหอๆ)
พอถึงประมาณกลางเริ่มเหนื่อยๆ บวกกันคุณตาเค้ามีแข่งตอนบ่าย
ก็เกรงใจกันว่าถ้ามัวมาแต่นำพวกเราจะไม่ได้ไปแข่ง เลยบอกขอบคุณคุณตาและคิดว่าจะไปกันเอง
เพราะต่อไปมันเป็นทางบังคับ คงไม่หลงอะไร
ตอนที่พวกคุณตากลับ ก็มีหญิงสาวหนึ่งในทีมพวกเรากลับไปด้วยเนื่องจากคาดว่าจะไม่ไหวแล้ว
แต่.. ก็ยังเหลือผู้หญิงอีกหนึ่งที่ไปต่อ.. เพราะฉะนั้น ผมจะยอมแพ้ตอนนี้ได้ไงล่ะ โฮะๆๆๆ
นั่งพักเหนื่อยได้โอเคแล้ว ก็ไปกันต่อ ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไป พี่บางคนก็เริ่มจูงๆ ขึ้นเขาบ้างแล้ว
จนมีพี่บางคนบอกว่า.. พวกเราอ่ะ ไม่เหมาะกับเส้นทางอย่างนี้หรอก
เหมาะกับนั่งอยู่บ้านกินเหล้าอย่างเดียวอ่ะแหละ เหอๆๆ
ไปได้ซักพัก.. ทางตันแฮะ ~ ~a
สรุปว่า วนๆ หลงกันอยู่ซักพัก.. ถามคนแถวนั้นแล้ว ก็หาทางกลับกันเจอจนได้
ขี่ไปได้อีกหน่อย.. ดั่งสวรรค์กลั่นแกล้ง ฝนตก!!
ดีที่ว่าตกไม่แรงมาก และไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะทำให้ทางเปียกๆ ลื่นๆ ได้
ขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นๆ ลงๆ จำไม่ได้ว่าเส้นทางเป็นยังไงบ้าง เพราะตอนนั้นไร้ซึ่งสติแล้ว
ตอนนั่งพักก็มาดู GPS กัน พอเห็นว่าใกล้จะถึงจุดเริ่มต้นแล้วก็เริ่มมีแรงฮึดกัน
ผมก็ปั่นๆ ไป จวนจะหมดแรงแล้ว.. ก็มีพี่คนนึงบอกว่า..
ต่าย เนี่ย เลยโค้งหน้าไปก็ถึงแล้ว มีเป๊บซี่เย็นๆ รออยู่....

โอ้วว้าวว~~~~~ เร่งเต็มที่.. ถึงแล้ว เย่ๆๆๆๆ
อย่างแรกที่กินคือ ไอติมยักษ์คู่เลยคับ ปกติผมจะกินแบบเลียๆ ดูดๆ รูดเข้า รูดออก - -"
แต่คราวนี้ กัดงับๆๆ เป็นก้อนๆ เข้าไปเลย โอ้ว ชื่นใจมากๆๆๆ
ระยะเวลาตอนออกมาก็ประมาณบ่ายสามเห็นจะได้
รวมเวลาก็ร่วมๆ สี่ ชั่วโมง (นานมากๆ กับระยะทางแค่สิบกว่าโล อิอิ)
ก็นี่แหละครับ ทริปขี่เข้าป่าครั้งแรกของผม
ตอนเดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อยแล้ว มาเจอนี่.. เหนื่อยยิ่งกว่าอีก Y-Y
แต่... ก็เหมือนกับภูกระดึงอ่ะแหละ.. ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน
ถามว่า.. จะมาอีกไหม? มาซิครับ อิอิ :p
หลังจากพักหายเหนื่อยกันเป็นที่เรียบร้อย ก็จัดการแพ็คจักรยานขึ้นรถกลับกรุงเทพ
โดยก่อนกลับ ก็มีการแวะไปหาอะไรกินกันที่หาดนางรำ สัตหีบ รู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยมากๆๆ เหอๆ
ถึงห้องประมาณห้าทุ่มเศษๆ ก็เก็บของ อาบน้ำ ทำนู้นทำนี่ แล้วก็นอนนนน...
สลบเหมือดเลย ยาวยันประมาณบ่ายสาม.. เพลียมากๆ ครับ แต่ก็มันสุดๆ ;)
ลิงค์ - ถ้ำประทุน
ยังไม่มีรูปมาโชว์นะครับ ไว้มีจะเอามาอวด อิอิ
ก็ไม่ได้ไปไหน.. ตะลอนๆ แรดไปวันๆ เพื่อนฝูงเยอะ เอิ้กๆ :p
เริ่มแรกก่อนเข้าเรื่อง.. มีคนท่านค่อนขอดมาว่า.. ชื่อหัวเรื่องคราวที่แล้วผมพิมพ์ผิด!!
จริงๆ มันต้อง "ซิง" แต่ผมพิมพ์เป็น "ซิ่ง"
แหมม.. อยากจะบอกเหลือเกินว่า ผมไม่ได้พิมพ์ผิดหรอกครับ
แต่.. ผิดตั้งแต่ผันวรรณยุกต์เลยหล่ะ ฮ่วย - -"
ก็ไม่เป็นไรครับ.. ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านเก่ง สามารถเข้าใจผมได้เป็นอย่างดี
มาคราวนี้ เพื่อกันความผิดพลาด ผมเลยใส่หัวเรื่องมันซะสองคำเลย
ฮ่ะฮ่าฮ้าาา (แถจริงๆ อีตานี่)
อ่ะ มาเข้าเรื่องต่อ
หลังจากคืนวันศุกร์ กลับมาเหนื่อยๆ จากพระรามแปด ผมก็นั่งเม้าท์และเมากับพี่ๆ เค้าต่อ
จนได้เวลาอันสมควร หัวเริ่มหนักๆ ก็เลื้อยไปนอนเกลือกกลิ้งเก็บแรงไว้ไปทริปต่อ
นอนๆ ยังไม่ทันรู้สึกได้ว่าหลับ.. ก็ลืมตาขึ้นมา... เฮ๊ย จะหกโมงแล้ว!! (นัดหกครึ่ง)
หลังจากเตรียมตัวๆ (จำไม่ได้ล่ะว่าทำไรไปกันมั่ง กำลังมึนๆ ง่วงๆ)
สรุปความได้ว่า ผมก็ได้ขึ้นรถปิกอัพจากบ้านพี่ด็อกมุ่งหน้าปลายทางเลย
ขณะที่มีบางท่านโชคดีได้วอร์มอัพก่อน ด้วยการปั่นจักรยานไปบ้านพี่คนอื่น
เพื่อทำการบรรทุกขึ้นรถยนต์กันอีกต่อ
และนี่ก็คือจุดหมายปลายทางครับ มันคือบริเวณสวนเขาไม้แก้ว ใกล้ๆ วัดถ้ำประทุน

หลังจากแวะทานข้าว และแวะชมวิวไปหลายจุด (แปลได้ว่าหลงทางนั่นเอง)
ในที่สุด เราก็ได้มาถึงจุดหมายกันเป็นคันแรกเลย.. ก็นั่งรอคันอื่นๆ มากันครบ
เอาจักรยานลงประกอบ เตรียมความพร้อม
งานนี้มีเจ้าถิ่นเป็นคุณตา อายุทราบมาว่าหกสิบไปแล้ว
แต่ยังแข็งแรงเป็นนักปั่นมืออาชีพมาช่วยนำทางขึ้นเขาให้ (เห็นแล้ว เด็กยี่สิบอย่างเราอาย)
ก่อนเริ่ม ผมก็ไปปั่นๆ เล่น ลองรถก่อนเนื่องจากว่า.. ไม่เคยขี่จักรยานมีเกียร์เลย
คือรอบนี้ผมได้ Trek 4300 มาใช้ เป็นจักรยานแบบมีเกียร์ (ถ้าจำไม่ผิด มันจะมี 24 เกียร์)
ปกติปั่นสตรีท จะได้ใช้ Specialized P3 ซึ่งเป็นแบบ single speed
พี่เค้าก็แนะนำว่า.. มันมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์ ทั้งหมดสี่อัน ซ้ายสอง ขวาสอง
อยู่ที่แฮนด์แต่ละข้าง ข้างซ้ายก็เป็นของเฟืองหน้า ขาวก็เฟืองหลัง ตรงกับเบรค จำง่าย
ที่จำยากคือ แต่ละข้างจะมีสองปุ่ม เอาไว้เลื่อนโซ่ให้ไปใบเฟืองที่ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง
อันนี้แรกๆ ก็ต้องมีคิดกันหน่อย คือ
ถ้าเฟืองหน้าเล็กลง จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าใหญ่ขึ้นก็กลับกัน
กลับกันกับข้างหลัง คือ
ถ้าเฟืองหลังใหญ่ขึ้น จะใช้แรงปั่นน้อยลง แต่รอบเพิ่มขึ้น ถ้าเล็กลงก็กลับกัน
ก็ตามหลักอัตราทดตามจำนวนฟันนั่นหล่ะครับ เป็นการส่งแรงจากเฟืองหน้าไปเฟืองหลัง
คิดแล้วนึกถึง τ (Torque) กะ ω (Angular velocity) ตอนทำงานที่ TTET จริงๆ... สยอง~~
หลังจากลองๆ ปั่น และเปลี่ยนเกียร์จนเริ่มโอเค และพี่ๆ เค้าพร้อมกันหมด..
เราก็เริ่มต้นกันตอนประมาณสิบเอ็ดโมง เส้นทางในป่าก็มีระยะทางรวมประมาณ 12km
(ดูเหมือนน้อยกว่า 35km เมื่อคืน.. แต่โหดกว่ามากๆ)
เส้นทาง แรกๆ ก็มันๆ ดีครับ มีขึ้นเล็กน้อย พอปั่นได้ แล้วก็มีลงองศาเล็กๆ ให้ไหลๆ พอเอามัน
แล้วมันก็เริ่มชันขึ้นๆ คุณตาที่มานำทาง (มีสองคน คนนึงนำ คนนึงปิดท้าย)
คนที่ปิดท้าย ซึ่ง อยู่ใกล้ผม (เพราะผมโหล่สุด เอิ้กๆ) ก็บอกว่า ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ
...ผมอ่ะไม่ได้รีบหรอกครับ ใจก็เย็น แต่มันเต้นไม่เป็นจังหวะเลยหน่ะซิ
// สงสัยต้องเปิดเพลงบี้ฟังไปด้วย.. มาเล่นในใจฉันเต้นแบบนี้ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม - -"
เส้นทางบางช่วงก็ขึ้นชันมาก จนใช้เกียร์ต่ำสุด (เค้าเรียกต่ำสุดป่ะ?) ก็ยังขึ้นไม่ไหว ต้องจูงๆ เอา
ส่วนช่วงที่ลงชันมากๆ พวกพีเค้าก็ไถลลงกันสนุกสนาน ส่วนผม.. ขอจูงลงอย่าสนุกสนานดีกว่า แหะๆ
แต่ช่วงไหนที่ไม่ชันมาก ผมก็ขี่ลงนะ เสียวๆ มันๆ ดี
คล้ายๆ นั่งรถไฟเหาะตีลังกาแต่ไม่มีเข็มขัดรัดหน่ะ (คือมันจะหลุดไปตอนไหนก็ได้ เหอๆ)
พอถึงประมาณกลางเริ่มเหนื่อยๆ บวกกันคุณตาเค้ามีแข่งตอนบ่าย
ก็เกรงใจกันว่าถ้ามัวมาแต่นำพวกเราจะไม่ได้ไปแข่ง เลยบอกขอบคุณคุณตาและคิดว่าจะไปกันเอง
เพราะต่อไปมันเป็นทางบังคับ คงไม่หลงอะไร
ตอนที่พวกคุณตากลับ ก็มีหญิงสาวหนึ่งในทีมพวกเรากลับไปด้วยเนื่องจากคาดว่าจะไม่ไหวแล้ว
แต่.. ก็ยังเหลือผู้หญิงอีกหนึ่งที่ไปต่อ.. เพราะฉะนั้น ผมจะยอมแพ้ตอนนี้ได้ไงล่ะ โฮะๆๆๆ
นั่งพักเหนื่อยได้โอเคแล้ว ก็ไปกันต่อ ขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไป พี่บางคนก็เริ่มจูงๆ ขึ้นเขาบ้างแล้ว
จนมีพี่บางคนบอกว่า.. พวกเราอ่ะ ไม่เหมาะกับเส้นทางอย่างนี้หรอก
เหมาะกับนั่งอยู่บ้านกินเหล้าอย่างเดียวอ่ะแหละ เหอๆๆ

ไปได้ซักพัก.. ทางตันแฮะ ~ ~a
สรุปว่า วนๆ หลงกันอยู่ซักพัก.. ถามคนแถวนั้นแล้ว ก็หาทางกลับกันเจอจนได้
ขี่ไปได้อีกหน่อย.. ดั่งสวรรค์กลั่นแกล้ง ฝนตก!!
ดีที่ว่าตกไม่แรงมาก และไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะทำให้ทางเปียกๆ ลื่นๆ ได้
ขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นๆ ลงๆ จำไม่ได้ว่าเส้นทางเป็นยังไงบ้าง เพราะตอนนั้นไร้ซึ่งสติแล้ว
ตอนนั่งพักก็มาดู GPS กัน พอเห็นว่าใกล้จะถึงจุดเริ่มต้นแล้วก็เริ่มมีแรงฮึดกัน
ผมก็ปั่นๆ ไป จวนจะหมดแรงแล้ว.. ก็มีพี่คนนึงบอกว่า..
ต่าย เนี่ย เลยโค้งหน้าไปก็ถึงแล้ว มีเป๊บซี่เย็นๆ รออยู่....

โอ้วว้าวว~~~~~ เร่งเต็มที่.. ถึงแล้ว เย่ๆๆๆๆ
อย่างแรกที่กินคือ ไอติมยักษ์คู่เลยคับ ปกติผมจะกินแบบเลียๆ ดูดๆ รูดเข้า รูดออก - -"
แต่คราวนี้ กัดงับๆๆ เป็นก้อนๆ เข้าไปเลย โอ้ว ชื่นใจมากๆๆๆ
ระยะเวลาตอนออกมาก็ประมาณบ่ายสามเห็นจะได้
รวมเวลาก็ร่วมๆ สี่ ชั่วโมง (นานมากๆ กับระยะทางแค่สิบกว่าโล อิอิ)
ก็นี่แหละครับ ทริปขี่เข้าป่าครั้งแรกของผม
ตอนเดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อยแล้ว มาเจอนี่.. เหนื่อยยิ่งกว่าอีก Y-Y
แต่... ก็เหมือนกับภูกระดึงอ่ะแหละ.. ถึงจะเหนื่อยขนาดไหน
ถามว่า.. จะมาอีกไหม? มาซิครับ อิอิ :p
หลังจากพักหายเหนื่อยกันเป็นที่เรียบร้อย ก็จัดการแพ็คจักรยานขึ้นรถกลับกรุงเทพ
โดยก่อนกลับ ก็มีการแวะไปหาอะไรกินกันที่หาดนางรำ สัตหีบ รู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยมากๆๆ เหอๆ
ถึงห้องประมาณห้าทุ่มเศษๆ ก็เก็บของ อาบน้ำ ทำนู้นทำนี่ แล้วก็นอนนนน...
สลบเหมือดเลย ยาวยันประมาณบ่ายสาม.. เพลียมากๆ ครับ แต่ก็มันสุดๆ ;)
ลิงค์ - ถ้ำประทุน
ยังไม่มีรูปมาโชว์นะครับ ไว้มีจะเอามาอวด อิอิ
Tags: bike, sport, จักรยาน, ท่องเที่ยว3 Comments
ไอ้แพท..




ว่าแต่แกได้เรียนเรื่องเกียร์ด้วยรึ กรูก็ยังหลอนๆอยูว่ะ
ไอ้ mechanic of machinery เนี่ย
ส่วนเกียร์ที่ใช้ขึ้นทางชันคือเกียร์ต่ำ ถูกแล้วล่ะ
#1 By @ri on 2008-04-08 01:09