...

สวัสดีครับ..

พอดีช่วงนี้ มีเหตุการณ์น่าสนใจเป็นกรณีศึกษาเรื่องนึง
ก็เลยอยากมาลองเขียนเก็บไว้

เรื่องเหตุการณ์อะไรนั้น ขอละไว้ เนื่องจากไม่อยู่ในประเด็น

ประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอก็คือ ความไวของการแพร่กระจายข่าว
และพลังของอินเทอร์เน็ต (รวมถึงแอพลิเคชั่นบนเน็ต)

ขอเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ก่อนล่ะกัน
เริ่มมาจาก มีคนนึงใน twitter ส่งลิงค์เว็บๆ นึงมา เมื่อวานเย็นๆ
ซึ่งลิงค์หน้านั้นทำให้เกิดการวิพากย์วิจารณ์กันอย่างหนัก
รวมทั้งถูกนำเอาไปเขียนลงบล็อก และเว็บบอร์ด
และในวันนี้ ก็มีการลงข่าวในสื่อหลักอย่าง manager.co.th

ผมไม่แน่ใจนักว่า ก่อนที่ลิงค์หน้านั้นจะถูกปล่อยมาใน twitter
มันแพร่กระจายมาทางไหน และนานเท่าไหร่แล้ว
แต่ถ้านับจากที่ผมได้ทราบ (คือบน twitter)
มันกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการแพร่ข้อมูล
และเกิดผลตอบกลับภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง!!

บางคนอาจจะคิดว่า.. เอ๊ะ เป็นชั่วโมงๆ นี่ถือว่าเร็วแล้วเหรอ?
ผมว่า.. มันเร็วนะ เพราะมันมาจากกลุ่มคนธรรมดๆ ที่คุยกัน

ทีนี้ เราลงมาดูกันว่า ที่มันเกิดขึ้นได้นี่ เพราะอะไรบ้าง

Microblogging/IM
สองอย่างนี้ ผมขอเอามารวมกันเลย
IM ก็คุ้นๆ กันอยู่แล้วพวก msn, gtalk
ส่วน microblogging ที่พอจะคุ้นหน่อยก็คือ twitter นั่นเอง

ที่ผมนำสองอย่างนี้มารวมกันเพราะฟีเจอร์หนึ่งใน twitter
เรียกๆ กันติดปากว่า "follow" ซึ่งก็คือการติดตามสิ่งที่คนอื่นเขียน
คล้ายๆ กันกับระบบ feed ของ blog ธรรมดา
แต่การ follow เราสามารถให้ระบบ "notify" เราผ่าน IM หรือ SMS ได้เลย
ซึ่งทำให้เราแทบจะเรียกได้ว่า microblogging เป็น broadcasting im (แนวๆ irc)

นั่นก็แปลได้ง่ายๆ ว่า ผมสามารถส่งข้อความถึงคนหลายๆ คนได้
ในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำกัดสถานที่หรือเวลา
(ก็เหมือนเราแชทกับเพือนที่ต่างประเทศผ่าน msn นั่นแหละ)

blog/webboard
อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก เพราะเป็นที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
เราสามารถเขียนบทวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น โต้แย้ง ฯลฯ

มันอาจจะไม่สดเท่า im แต่ก็สามารถแสดงข้อมูลได้จำนวนมาก
และก็สามารถแสดงข้อมูลได้หลากหลาย ทั้งข้อความ ภาพ วิดิโอ ฯลฯ

Digg, Slashdot -style website
อันนี้ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร มันเป็นระบบ social bookmark and ranking
ถ้าในไทยก็มี Zickr, Duocore อะไรทำนองนี้หน่ะครับ
คือจะเปิดให้คนแนะนำหน้าเว็บเข้าไป แล้วถ้ามันดี ก็จะมีคนโหวต

เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับระบบนี้เท่าไหร่
แต่ก็เคยมีปรากฏการณ์ /. ในไทย ด้วยเหมือนกันนะ
ก็ครั้งที่ท่าน รมว. MICT ได้แสดงวิทัยทัศน์เรื่อง Opensource นั่นล่ะครับ
เรียกได้ว่าครั้งนั้นท่านรมว. ได้ดัง ไปทั้งโลกในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

Automatic Translator

มันก็คือ "ล่าม" บนเว็บนั่นเองครับ
ตัวดังๆ ที่ผมเคยใช้ก็คือ Babel Fish ของค่าย AV และก็ของ Google ครับ

ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่สามารถแปลภาษาไทยไปเป็นภาษาอื่นได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่มีประโยชน์ซะทีเดียว (ของไทยมีโปรเจคภาษิต ไม่รู้ยังอยูไหม)

ง่ายๆ เลย ก็คือตัวอย่างจากเหตุการณ์นี้ มีคนที่อ่านภาษาไทยไม่ได้ อยากรู้เรื่อง
เค้าอ่านภาษาอังกฤษออก.. จะทำอย่างไร?

เราอาจจะต้องอธิบายให้เค้า เป็นภาษาอังกฤษ?
ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น.. แต่มันโชคดีครับ..
โชคดีที่มีคนเขียนเรื่องนี้ไว้เป็นภาษาญี่ปุ่น!!
ซึ่งทำให้สามารถใช้เว็บล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างง่ายดาย!!

Content Mirroring
ที่ผมคิดว่าทุกคนคงคุ้นเคยกันดีก็คือ Google Cache นั่นเองครับ
ระบบนี้สามารถเอามาใช้เป็นการย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีพอสมควร
(ถึงแม้มันจะจำกัดเอาไว้ว่าดูได้เฉพาะรุ่นล่าสุดที่มันโหลดเก็บไว้ก็เถอะ)

อีกอย่างก็คือระบบ feed ของ blog นั่นเองครับ
สำหรับคนที่ใช้ feed aggregator ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องหรือเว็บคงคุ้นกันดี
ว่าตัวโปรแกรม (หรือเว็บ) นั้น จะ "สำเนา" ข้อมูลของบล็อกเอาไว้ด้วย
ถ้านึกไม่ออก ลองดูใน google reader หรือ technorati

ซึ่งจากที่สังเกตดูในระบบบล็อกดีๆ นั้น
พวกเว็บอ่านฟีดเหล่านี้จะสามารถเข้ามาดูดข้อมูลไปได้ในเวลาเพียง 10-20 นาทีเท่านั้น
นั่นก็แปลว่า หลังจากที่ผม publish ข้อมูลลงบล็อกไปแล้ว
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนั้น ข้อมูลนั้นก็จะถูกสำเนาออกไปที่อื่น
และถึงแม้ว่าหลังจากนั้นที่บล็อกผมจะดาวน์ไป คนก็ยังสามารถอ่านข้อมูลได้อยู่!!
_______________________________________________

ที่ผมเล่ามานี่ ก็เป็นเพียงแค่ส่วนนึงที่พอจะนึกออกเท่านั้นนะครับ
เป็นส่วนต่างๆ ที่ช่วยให้อินเทอร์เน็ตมีพลังแข็งแกร่ง
สามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว
ทลายกำแพงในยุคจดหมายที่ส่งข้ามลกทีเป็นเดือนๆ ทิ้งไปเลย

อ้อ.. และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ตัวอินเทอร์เน็ตเองนั่นแหละครับ
มันถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
เป็นระบบ decentralized อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนนึงตายไป ที่เหลือก็ยังอยู่

เฉกเช่นดียวกับ skynet ฮ่ะฮ่า

ปล. อยากเขียนเรื่องพวก MLM, zero sum, ponzi , pyramid scheme ฯลฯ
แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อยากเขียนเพราะ...
เบื่อไอ้โฆษณารายได้เดือนละแสนมากๆ ยังไงถ้าพวกพี่ๆ หรืออาจารย์ว่าง
รบกวนหน่อยนะครับ แบบว่าเห็นว่าเชี่ยวชาญเรื่องการเงิน กับเรื่องทฤษฎีเกม
(โยนกันงี้เลย เหอๆ.. เอาว่าใครมีความรู้ มาแบ่งปั่นกันนะครับ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ที่สำคัญชื่อและประวัติของเขาคราวนี้คงถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ ทั้ง blog และ cache เพียบ...

ใช้เวลาเผยแพร่แป๊บเดียว แต่ผลกระทบได้ทั้งชีวิตเลยครับ...

#1 By ch_a_m_p on 2008-03-21 02:16

ทีแรกตอนที่เรื่องถูก submit ไปที่ Duocore, Zickr มันก็ยังไม่ได้ดังมากนะ แค่วงแคบๆ ในกลุ่มพวก geek ก่อน หลังจากนั้นถึงมี blog ที่พูดถึงเรื่องนี้ตามออกมา จังหวะที่ทำให้กระแสมันแรงจริงๆ อยู่ที่การได้ไปลงสื่อหลักอย่างผู้จัดการน่ะแหละ

อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้รู้ว่า การเป็นสื่อเล็กๆ อย่างแค่ blog ธรรมดา ก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหญ่ระดับนี้ได้

#2 By pittaya (58.8.93.114) on 2008-03-21 02:59

อ่านแล้วก็รู้สึกว่า บล็อกเล็กๆ ยังไงก็สื่อไม่ถึงคนอ่าน ต้องรอสื่อใหญ่มาจับซะก่อน แต่สื่อก็จะไม่มาจับจนกว่าจะมีข้อมูลซึ่งสร้างจากบล็อกเล็กๆ (ยังไงก็ต้องพึ่งสื่อใหญ่)

แต่ว่าไปคนทั่วไปก็คงไม่ได้อ่าน Duocore, Zickr หรือ ผู้จัดการ CyberBiz สงสัยต้องหาคนเขียนใน exteen แล้วจับขึ้น hotpost วันสองวัน ข่าวคงถึงกันถ้วนหน้า confused smile

#3 By manop on 2008-03-21 04:49

mnop: อีกประเด็นคือ ต้องอย่าลืมว่าคนใช้อินเทอร์เน็ตในไทยนั้น เทียบกับจำนวนประชากรแล้ว ถือว่ามีสัดส่วนที่น้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าข่าวในอินเทอร์เน็ตจะดังกระหึ่ม แต่ถ้าพวกสื่อดั่งเดิม (วิทยุ ทีวี นสพ.) ไม่เอาไปลง คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี

ตอนนี้ในไทย ผมเชื่อว่า อำนาจสื่อก็ยังคงอยู่ในมือของสื่อเก่าหล่ะครับ
ตัวอย่างเช่นเรื่องกรณีปิดกั้น youtube คนบนเน็ตก็เข้าใจอย่างนึง คนที่ไม่ได้เล่นก็เข้าใจตามที่สื่อเก่าเค้านำเสนอ

#4 By ไอ้แพท.. on 2008-03-21 05:31

งานนี้เห็นภาพครับ เพราะคลุกอยู่กับเขาด้วย
ก็เห็นแล้วว่าเร็วมากๆจริงๆ
แต่ก็ต้องระวังข่าวลือข่าวมั่ว อีกหน่อยคงจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-21 08:02

เร็วกว่าที่คิดนะ
ตอนแรกอ่านใน blog
ซักพักเห็นใน Zickr กับ Duocore
ต่อมาลง manager online แล้ว sad smile

---
http://arthuran.net

#6 By Arthuran on 2008-03-21 08:48

เอ่อ มีเรื่องอะไรกันหรอ sad smile

#7 By @ri on 2008-03-21 11:43

ลองอ่านเพิ่มเติมใน Manager.co.th กะ Pittaya.com ดูครับ จะได้ไล่เรื่องถูก

http://manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000034021

http://www.pittaya.com

#8 By คนผ่านมา (125.25.201.239) on 2008-03-21 13:39

นานๆจะสาระสักที กั๊กๆ

#9 By ฟิวส์ on 2008-03-21 13:55

ถ้าเป็นการ์ตูนนะครับ ตัวละครจะต้องพูดว่า
"ระ...เร็ว" แน่นอน เพราะมันเร็วจริง ๆ ครับ sad smile
เค้าเรียกว่า Viralsad smile
เจอภาษาอังกฤษที่นี่ค่ะ

http://www.zezore.com

วันเสาร์นี้กระปุกจะเปิดให้ถามเรื่องนี้ ที่บ้านไร่กาแฟ 13.00 นะคะ

#12 By p-a-t (125.25.0.95) on 2008-03-21 18:58

ขอบคุณ #8 ครับ big smile

#13 By @ri on 2008-03-22 01:28

สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องมือแต่ละชิ้นที่ว่ามา ไม่ได้ออกแบบมาในตอนแรก ให้ใช้งานด้วยกันเพื่องานที่ว่า (กระจายข่าวและเก็บหลักฐานเรื่องเว็บไซต์ถูกแก้)

กล่าวคือ มันถูกออกแบบมาเพื่องานเฉพาะอย่างของมันเท่านั้น
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ถูกจำกัดว่า จะต้องทำงานอย่างนั้นอย่างเดียวเท่านั้น (เช่น เอาด้ามไขควงไปตอกตะปูเล็ก ๆ ก็พอได้)
ประกอบกับสถาปัตยกรรมที่เปิดกว้างของอินเทอร์เน็ต (+พลังถึกของกองทัพมด)
ทำให้เครื่องมือเหล่านั้นสามารถนำมาประกอบกัน เพื่อทำงานที่ไม่ได้ถูกออกแบบไว้แต่ต้นได้

เหมือนพวกโปรแกรมเล็ก ๆ ในยูนิกซ์ อย่าง grep sort find wc ที่แต่ละตัวก็ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง
แต่ก็เปิดกว้างมากพอ ที่จะถูก pipe เข้าด้วยกันได้

หรือ web services ต่าง ๆ ที่ถูกนำมา mash up รวมกันได้


#14 By bact' (58.136.52.204) on 2008-03-22 01:31

โหววววว พึ่งรู้จัก
http://twitter.com

น่าใช้มั๊ก ๆ ^__^

#15 By MeOmee (202.139.223.18) on 2008-04-10 06:33

sad smile

#16 By msn (124.121.93.226) on 2009-07-10 15:56

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-