Vantage Point: Things are not as they appear
posted on 18 Mar 2008 01:06 by ipats
สวัสดีครับ.. หลังจากโดนล่อลวงไปปั่นจักรยาน
วันนี้ผมก็โดนลวงไปดูหนังมาอีกครับ ;)
เรื่องที่ผมได้ไปดูวันนี้ก็คือเรื่อง Vantage Point ครับ
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร (เช่นตัวผมเอง)
Vantage Point นั่นแปลประมาณว่า ฐานะที่ดีกว่า, ตำแหน่งที่สามารถมองเห็นดีกว่า
หนังเรื่องนี้มีคำโปรย (เค้าเรียกกันแบบนี้?)
ว่า 8 Strangers. 8 Points of View. 1 Truth.
ซึ่งก็เป็นการอธิบายเนื้อเรื่องของหนังนั่นเองล่ะครับ
หนังเรื่องนี้เล่าถึงคนแปดคน ที่มาอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน
แต่ละคน เห็นเหตุการณ์แต่ละอย่าง เฉพาะที่ตัวเองได้เจอ
แต่ทั้งหมดนั้น ก็เป็นเหตุการณ์เดียวกัน
(ภาษาไทย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น 8 คน 8 ปม)

การดำเนินเรื่อง...
หนังเรื่องนี้ใช้การดำเนินเรื่องที่ไม่เหมือนเรื่องอื่น และทำได้น่าสนใจทีเดียว
ถ้าให้เปรียบ ก็คงคล้ายๆ BABEL แต่ต่างกันที่เรื่องนั้นพูดถึงเหตุการณ์หลายๆ อย่าง
และก็มีการเหลื่อมล้ำทางเวลา แต่เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์เดียวกัน เวลาเดียวกัน
เทคนิคที่ใช้นั้น เรียกได้ว่าทำให้คนดูรู้สึกถึง "เดจาวู" ได้เลยทีเดียว
(เดจาวูยังไง ต้องลองไปชมดู)
สำหรับเนื้อเรื่องนั้น กล่าวถึงการเปิดงานประชุมต่อต้านการก่อการร้าย
ซึ่งในการเปิดงานนั้น ประธานธิปดีสหรัฐก็ได้ถูกผู้ก่อการร้ายลอบยิง
และทำให้เกิดการไล่ล่าตัวคนร้าย โดยประเด็นต่างๆ จะค่อยๆ เผยออกมา
จากมุมมองของตัวละครแต่ละคน ซึ่งจะพลิกไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งเรื่อง
ตัวอย่างของตัวละครต่างๆ เช่น
บก. ข่าว ที่ต้องคอยตัดต่อข่าวรายงานสดในรถ OB
เห็นเหตุการณ์ผ่านกล้องโทรทัศน์เกือบสิบตัว

นักท่องเที่ยวผู้ซึ่งมีปัญหาแยกกันอยู่กับภรรยาเลยมาพักผ่อน
มองเห็น และบันทึกเหตุการณ์ด้วยกล้องโฮมวิดิโอ

และยังมี
ตำรวจลับ ที่ต้องคอยอารักขา ปธน.
พวกกลุ่มก่อการร้าย
ตัวปธน. เอง
ฯลฯ

ส่วนฉากแอคชั่นไล่ล่านั้น ก็พอมีให้ดูอยู่บ้าง
แต่ก็คงไม่อลังการอะไรเท่าไหร่ คาดว่าตัวหนังจะขายเนื้อเรื่องที่น่าติดตามมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องนั้น เหมือนจะต้องการโจมตีพวกก่อการร้ายไปซะมาก
ประมาณว่า.. มันทำกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย.. เลวจริงๆ (แต่มันก็เลวจริงนั่นแหละ)
อีกอย่างคือ ตอนจบของเรื่องที่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ (ดูจบง่ายไปนิด)
และการ "เดจาวู" ที่รู้สึกจะมากไปหน่อย
สรุปแล้ว.. หนังเรื่องนี้ ถือว่าน่าสนใจ และคู่ควรที่จะไปดู
ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจและชวนให้ติดตาม
แต่อาจจะขัดคอหนังแนวนี้ไปบ้าง ที่ดูๆ ไปอาจจะคิดว่า...
"บาร์นส์" (ตำรวจลับ) นี่มันคือแจ็ค บาวเออร์ ที่หลุดมาจาก 24 หรือเปล่า?
หนังเรื่องนี้มีกำหนดการฉายในบ้านเราวันที่ 3 เมษายน และมีชื่อไทยว่า "เสี้ยววินาทีสังหาร"
ภาพประกอบจากเว็บไซต์หนัง
http://www.vantagepoint-movie.com/
ข้อมูลเพิ่มเติม: imdb, wikipedia
-------------------------------
เล็กๆ น้อยๆ
เนื่องจากรอบที่ไปดูเป็นรอบพิเศษ จึงไม่มีอะไรกวนใจเวลาดูเลย เยี่ยมจริงๆ
แถมตอนจบ คนดูปรบมือให้หนังด้วย.. สุดยอด ประทับใจกว่าหนังอีก :p
แปลกใจว่า.. ทำไมดูรอบปกติมันไม่เป็นแบบนี้มั่งฟร่ะ!!!
ปล. ทำไมเวลาอ่านคนอื่นรีวิวหนัง มันดูดีจัง พอเขียนเองดูโหวงๆ พิกลๆ
วันนี้ผมก็โดนลวงไปดูหนังมาอีกครับ ;)
เรื่องที่ผมได้ไปดูวันนี้ก็คือเรื่อง Vantage Point ครับ
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร (เช่นตัวผมเอง)
Vantage Point นั่นแปลประมาณว่า ฐานะที่ดีกว่า, ตำแหน่งที่สามารถมองเห็นดีกว่า
หนังเรื่องนี้มีคำโปรย (เค้าเรียกกันแบบนี้?)
ว่า 8 Strangers. 8 Points of View. 1 Truth.
ซึ่งก็เป็นการอธิบายเนื้อเรื่องของหนังนั่นเองล่ะครับ
หนังเรื่องนี้เล่าถึงคนแปดคน ที่มาอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน
แต่ละคน เห็นเหตุการณ์แต่ละอย่าง เฉพาะที่ตัวเองได้เจอ
แต่ทั้งหมดนั้น ก็เป็นเหตุการณ์เดียวกัน
(ภาษาไทย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น 8 คน 8 ปม)

การดำเนินเรื่อง...
หนังเรื่องนี้ใช้การดำเนินเรื่องที่ไม่เหมือนเรื่องอื่น และทำได้น่าสนใจทีเดียว
ถ้าให้เปรียบ ก็คงคล้ายๆ BABEL แต่ต่างกันที่เรื่องนั้นพูดถึงเหตุการณ์หลายๆ อย่าง
และก็มีการเหลื่อมล้ำทางเวลา แต่เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์เดียวกัน เวลาเดียวกัน
เทคนิคที่ใช้นั้น เรียกได้ว่าทำให้คนดูรู้สึกถึง "เดจาวู" ได้เลยทีเดียว
(เดจาวูยังไง ต้องลองไปชมดู)
สำหรับเนื้อเรื่องนั้น กล่าวถึงการเปิดงานประชุมต่อต้านการก่อการร้าย
ซึ่งในการเปิดงานนั้น ประธานธิปดีสหรัฐก็ได้ถูกผู้ก่อการร้ายลอบยิง
และทำให้เกิดการไล่ล่าตัวคนร้าย โดยประเด็นต่างๆ จะค่อยๆ เผยออกมา
จากมุมมองของตัวละครแต่ละคน ซึ่งจะพลิกไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งเรื่อง
ตัวอย่างของตัวละครต่างๆ เช่น
บก. ข่าว ที่ต้องคอยตัดต่อข่าวรายงานสดในรถ OB
เห็นเหตุการณ์ผ่านกล้องโทรทัศน์เกือบสิบตัว

นักท่องเที่ยวผู้ซึ่งมีปัญหาแยกกันอยู่กับภรรยาเลยมาพักผ่อน
มองเห็น และบันทึกเหตุการณ์ด้วยกล้องโฮมวิดิโอ

และยังมี
ตำรวจลับ ที่ต้องคอยอารักขา ปธน.
พวกกลุ่มก่อการร้าย
ตัวปธน. เอง
ฯลฯ

ส่วนฉากแอคชั่นไล่ล่านั้น ก็พอมีให้ดูอยู่บ้าง
แต่ก็คงไม่อลังการอะไรเท่าไหร่ คาดว่าตัวหนังจะขายเนื้อเรื่องที่น่าติดตามมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องนั้น เหมือนจะต้องการโจมตีพวกก่อการร้ายไปซะมาก
ประมาณว่า.. มันทำกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย.. เลวจริงๆ (แต่มันก็เลวจริงนั่นแหละ)
อีกอย่างคือ ตอนจบของเรื่องที่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ (ดูจบง่ายไปนิด)
และการ "เดจาวู" ที่รู้สึกจะมากไปหน่อย
สรุปแล้ว.. หนังเรื่องนี้ ถือว่าน่าสนใจ และคู่ควรที่จะไปดู
ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจและชวนให้ติดตาม
แต่อาจจะขัดคอหนังแนวนี้ไปบ้าง ที่ดูๆ ไปอาจจะคิดว่า...
"บาร์นส์" (ตำรวจลับ) นี่มันคือแจ็ค บาวเออร์ ที่หลุดมาจาก 24 หรือเปล่า?
หนังเรื่องนี้มีกำหนดการฉายในบ้านเราวันที่ 3 เมษายน และมีชื่อไทยว่า "เสี้ยววินาทีสังหาร"
ภาพประกอบจากเว็บไซต์หนัง
http://www.vantagepoint-movie.com/
ข้อมูลเพิ่มเติม: imdb, wikipedia
-------------------------------
เล็กๆ น้อยๆ
เนื่องจากรอบที่ไปดูเป็นรอบพิเศษ จึงไม่มีอะไรกวนใจเวลาดูเลย เยี่ยมจริงๆ
แถมตอนจบ คนดูปรบมือให้หนังด้วย.. สุดยอด ประทับใจกว่าหนังอีก :p
แปลกใจว่า.. ทำไมดูรอบปกติมันไม่เป็นแบบนี้มั่งฟร่ะ!!!
ปล. ทำไมเวลาอ่านคนอื่นรีวิวหนัง มันดูดีจัง พอเขียนเองดูโหวงๆ พิกลๆ
Tags: movie, review, vantage point9 Comments





)
#1 By แก้ว on 2008-03-18 06:41