สวัสดีครับ

วันนี้มาภาคต่อของเอ็นทรีที่แล้วกัน ^__^

จากตอนที่แล้ว ก็มีพี่ป้อมสุดน่ารักมาแนะนำเพิ่มเติมว่า
จริงๆ แล้วไม่ควรใส่ชุดนิสิตไปสมัครงาน เพราะจะให้เราดูยังเป็นเด็กฝึกงานอยู่

แล้วเพื่อนผมมันก็บอกมาอีกว่า ผู้หญิงก็ไม่ควรแต่งหน้าไปมาก
เอาแต่งแบบใสๆ ไป ไม่งั้นจะดูกร้านโลก คนสัมภาษณ์เค้าดูแก่ๆ จนเบื่อแล้ว
อยากดูเด็กๆ หน้าใสๆ มั่ง (ไม่รู้จริงเปล่านะ เหอๆ)

ต่อๆ.. เรื่องสอบสัมภาษณ์

ตอนนัดเวลา ควรพยายามนัดให้เราสะดวกที่สุด ประมาณว่าไปไม่สายแน่ๆ
แต่ก็อย่าเรื่องมาก วันนั้นก็ไม่ได้ วันนี้ก็ไม่ได้ จะพาลไม่ได้สัมภาษณ์ไปเลย

ก่อนไปสัมภาษณ์ก็เตรียมตัวให้พร้อม เกือบทุกที่จะให้เราแนะนำตัวเองก่อน
ก็เตรียมๆ ไปประมาณห้านาที พูดหัวข้อที่เกี่ยวกับเราที่น่าสนใจที่สุด
เพื่อให้เค้าสนใจสอบถามต่อ :D ว่างๆ ลองฝึกพูดไปด้วยก็ดี
จะได้ไม่พูดเร็วไป หรือตื่นเต้นเกินไป แต่.. อย่าท่องไป มันไม่ใช่การท่องหนังสือสอบนะ

บางที่อาจจะให้เราเตรียมสไลด์แนะนำตัวไปด้วย
ก็เตรียมทำไปดีๆ ตามหลักการพรีเซ็นท์ทั่วๆ ไป
มันมีกฏเรียกว่า 10/20/30 อยู่ คือ 10 สไลด์ 20 นาที ฟอนต์ไม่เล็กกว่า 30pt
ก็พอจะเป็นไกด์ได้บ้าง แต่ก็นั่นแหละ อย่าไปเอาจริงจังมาก

ส่วนใหญ่เค้าจะให้เตรียมเป็น powerpoint ไป ก็อย่าใช้เอฟเฟ็คมากเกิน
หากงานที่สมัครเกี่ยวกับด้านศิลป์อะไรพวกนี้ ก็เอาให้เต็มฝีมือเลยครับ
อลังการได้ แต่อย่าทำให้มันไร้สาระ แบบจบไปห้าสไลด์แล้วยังไม่รู้เลยว่าคุณทำอะไรได้บ้าง

ประโยคเด็ดที่ผมชอบมากคือ.. นี่ powerpoint เหรอ
ประมาณว่าทำเจ๋งมาก จนไม่น่าเชื่อว่า ppt มันจะทำได้ เอิ้กๆ (ขอหน่อย ชมตัวเอง)

ขั้นต่อมา หาบ. เค้าไว้ก่อน ไม่ใช่ไปเดินหลงๆ อยู่ แล้วก็ศึกษาข้อมูลเค้าไว้บ้างก็ดี
แต่ผมว่า ถ้ารู้หมดเป็นเฮอร์ไมโอนี่ก็น่ารำคาญเหมือนกัน :D

การไม่รู้บ้าง ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร ดีกว่ารู้แบบผิดๆ
เค้าก็อาจจะอธิบายคร่าวๆ ให้เราฟังเพิ่มเติม ก็เป็นการหาเรื่องคุยได้อีก

อีกอย่างที่สำคัญเหมือนกัน คือการจะถูกสัมภาษณ์กับใคร
ครั้งแรกของผมก็เกิดอาการช็อคเมื่อได้รู้ล่วงหน้าสิบนาทีว่าต้องไปคุยกับเจ้านายญี่ปุ่น - -"

หลักฐานต่างๆ เตรียมไปให้พร้อม ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร

เตรียมเรียบร้อยก็นอน อย่ามัวแต่ตื่นเต้นนอนไม่หลับ
ไม่งั้นไปปรือๆ ตอนสัมภาษณ์มันจะเยี่ยมเกินไป

พอถึงวันสัมภาษณ์ ไปถึงก่อนซักห้า-สิบนาทีกำลังดี
ถึงก่อนก็นั่งรอ แถมอาจโดนสังเกตการณ์อีก เหอๆ

บางที่จะมีทดสอบก่อนสัมภาษณ์ ก็เป็นข้อสอบทั่วๆ ไป
เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสายงาน วัดไอคิว อีคิว ภาษาอังกฤษ ฯลฯ

โดยส่วนตัว ผมว่าไอ้ข้อสอบวัดอีคิวเนี่ย น่าเบื่อที่สุด
ตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั้นแหละ.. แต่ก็ อย่าแสดงความเบื่อออกไปมาก
นอนฟลุ๊บเลื่อยบนโต๊ะเงี้ย เอาไว้ไปทำตอนผ่านทดลองงานแล้วนะ หึหึ

ถัดมา... มาตรการสยามเมืองยิ้ม เป็นนางงามเลย ทำหน้าดุไปเค้าจะกลัวเอา
แต่ยิ้มมากไป เค้าจะหาว่าเป็นบ้านะ เหอๆ

ต่อ.. ขั้นตอนสัมภาษณ์จริงๆ ล่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดผมว่าคือ ความจริงใจ อะไรใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็อย่าไปพยายามใช่

ส่วนใหญ่แล้ว สำหรับเด็กจบใหม่ นอกจากแนะนำตัวธรรมดาแล้ว
เค้าก็จะถามเรื่องโปรเจคจบ ว่าทำอะไรมา มีปัญหาอะไร วางแผนยังไง แก้ปัญหายังไง
ใครที่ทำโปรเจคอาทิตย์เดียวก็เตรียมแต่งนิทานไว้เลย (ไหนบอกให้จริงใจ.. เหอๆ)

เรื่องที่จะพูด พยายามพูดข้อดีของตัวเองให้เป็นข้อเด่น
และพูดข้อเสียของตัวเองให้เป็นเรื่องดี!! (ทำไปได้)

เช่น... ผมสอบตก ได้ F วิชา circuit เค้าก็จะถามว่าทำไม
ก็อาจจะตอบไปประมาณว่า ตอนนั้นเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง อาจจะต้องเลือกวิชาอื่น
ไม่งั้นอาจจะตกหลายวิชา ตอบแบบนี้ก็จะดูดีขึ้นนิดนึง
ว่าเรากล้าตัดสินใจ จัดการเรื่องต่างๆ ได้ แต่ก็นั่นแหละ ยังไงมันก็ไม่ได้อยู่ดี

ถ้าถามต่อว่าทำไมไม่ดรอป.. ก็อาจจะตอบไปว่า ไม่อยากดรอป
อย่างน้อยก็ได้เรียนบ้างถึงไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้เห็นแนวข้อสอบ ฯลฯ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะตก? ผมประเมินแล้ว มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากเพราะเป็นเพียงเกรด
อะไรประมาณเนี่ย ประมาณว่าที่ทำไปเนี่ยคิดถึงผลกระทบหมดแล้ว
และทางที่เลือกเป็นทางที่ดีที่สุด ที่มีราคาต่ำสุด

สำหรับคนเปลี่ยนงาน หนังสือบางเล่มบอกว่าอย่าไปพูดถึงข้อเสียของที่เก่า
แต่ผมว่า ถ้าไม่พูด เค้าจะรู้ได้ไงว่าทำไมเราเปลี่ยนงาน
แล้วเราจะได้รู้ด้วยว่าที่ใหม่ที่ไปสมัครเนี่ย เค้าเป็นแบบที่เก่าที่เราไม่ชอบหรือเปล่า
เพราะถ้าเป็น เค้าจะบอกเลย เราก็จะได้ไม่เสียเวลา เค้าก็เหมือนกัน

ถ้าเป็นเด็กจบใหม่ ปีแรก ไม่ถูกใจก็เปลี่ยนๆ ไปเถอะ
ผมเองก็ทำเป็นที่ที่สามล่ะ แต่บางคนที่ผมรู้จัก เปลี่ยนสามที่ในสี่เดือน อืมม...

แล้วเค้าอาจจะถามด้วยว่าพักอยู่ที่ไหน ใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่
ถ้ามันนานไป เราก็อาจจะบอกไปว่า กำลังหาที่พักใกล้ๆ แถวนั้นอยู่ด้วย
ดีไม่ดี อาจจะได้ค่าเช่าห้องเพิ่ม

พูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ ... อีกเรื่องที่สำคัญ คือการเรียกเงินเดือน
จริงๆ แล้วมันจะมีเรทมาตรฐานอยู่ (ผมหาลิงค์ไม่เจอ)

การเรียก ถ้าเรามั่นใจในความสามารถของตัวเอง ก็เรียกเกินมาตรฐานไปหน่อยตามสบาย
เพราะถ้ามากไปเค้าจะต่อลงมาเอง ว่าเค้าให้ได้เท่าไหร่
เพราะส่วนใหญ่เค้าจะมีเรทของเค้าอยู่แล้ว
แต่อย่าเรียกเวอร์เกินล่ะ เค้าจะไม่ต่อ แล้วไม่เอาเลย เหอๆ

แล้วเค้าก็อาจจะถามว่าทำไมถึงเรียกไปเท่านั้น ถ้าคนเปลี่ยนงานก็ง่ายหน่อยใช้ฐานเก่า
แต่ถ้าเด็กใหม่ก็อาจจะบอกไปว่า เป็นเรททั่วๆ ไป
ผมก็บอกไปงั้น เค้าก็ขำๆ แล้วบอกว่าทั่วไปที่ไหนของคู้ณณณ เหอๆ
ใครมีไอเดียตรงนี้มั่งครับเนี่ย

ช่วงต่อราคา อาจจะมีการถามว่า ยอมรับได้ไหม น้อยกว่าที่คุณเรียกไว้นะ
ถ้าเราโอเคก็โอเคไปเลยครับ บอกไปว่า โอเคครับ
แล้วพอผมทำงานผมก็จะแสดงความสามารถจนคุณให้ได้ตามที่ผมต้องการเอง (เอิ้กๆ)

ก่อนจบการสัมภาษณ์ ก็ควรสอบถามเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี
เช่นเวลาเข้างาน ทำงานกี่วัน ทำอะไรบ้าง สวัสดิการมีอะไร ฯลฯ

และต่อมา ก็จะเจอประโยคเด็ด แล้วเราจะติดต่อกลับไป อันนี้ก็กลับมารอ...
แต่ถ้าเค้าถูกใจเราก็จะรับเลย แต่... เราก็อย่าเพิ่งไปตอบปากรับคำเค้า
นอกจากจะโดนใจเราจริงๆ อาจจะขอเวลากลับมาคิดดูก่อน
เวลาคิดก็พยายามอย่าเกินสัปดาห์นึง พยายามอย่ากั๊กจนวันสุดท้าย
เพราะคิดไว้เสมอว่ายังมีคนต้องการงานอีกมาก

จบล่ะ..
จริงๆ ผมก็เคยสมัครไปสี่ที่ มันก็ไม่ได้ลำบากยากเย็นมากนัก
ผมว่าเป็นตัวของตัวเอง และมีความจริงใจกับเค้าดีที่สุด
เพราะถ้าไม่แมทช์ ทั้งเค้าทั้งเราก็อาจจะเสียเวลาเปล่า ถ้าได้เข้าไปทำงาน

ตอนสมัครงาน ผมยืดถือเรื่องสมัครครั้งละที่ เพื่อจะได้ไม่เหนื่อย
และไม่ต้องมาเสียเวลานั่งตัดสินใจว่าจะเลือกที่ไหน

และตอนทดลองงาน ผมก็ถือคติเสมอต้นเสมอปลาย
ไม่ต้องแกล้งทำตัวดีเพื่อจะผ่านงาน เพราะผ่านไปแล้ว ถ้าเราไม่ดีเหมือนเดิม
ทั้งเราทั้งเค้าก็อึดอัด และก็อาจจะจบลงด้วยการลาออก (หรือให้ออก?)

และที่สำคัญ พึงระลึกว่า ช่วงทดลองงาน ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทต้องการทดลองคุณ
แต่คุณก็ต้องทดลองบริษัทด้วย อย่าไปง้อบริษัทมาก ไม่ถูกใจก็ออก
ถือว่าบริษัทนั้นไม่ผ่านทดลองงานกับเรา
อย่าไปคิดแต่ว่าบริษัทเค้าเลือกคุณ แต่คุณต้องเลือกบริษัทด้วย

แล้วตอนเซ็นสัญญา ก็อ่านให้ละเอียดดีๆ นะครับ
ส่วนใหญ่ตอนทดลองงานจะระบุไว้ว่า เค้าจะให้คุณออก หรือคุณจะออกเมื่อไหร่ก็ได้
บางที่อาจจะไม่ต้องเซ็นสัญญา แต่จะมีเป็นลักษณะจดหมายเชิญไปทำงาน

ผมเคยพลาดไปเซ็น NDA (สัญญาปกปิดความลับ)
ตอนอ่านก็ว่าดูละเอียดดีแล้ว แต่เซ็นเสร็จเอาไปคืน
มีพี่เค้าที่จะออกเหมือนกันมาบอกว่า มันไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ อันนี้ก็ซวยไป
แต่คิดว่า ผมคงไม่ไปทำอะไรเกี่ยวกับอุตสาหกรรทประเภทนั้นแล้ว ก็โอเค
(ใครพอทราบบ้างว่า ไอ้เอกสารแบบนี้มันมีหมดอายุไปเองหรือเปล่า?)

....
พอดีว่าไปดูๆ บลอคคนอื่นเค้า ก็เจอที่เขียนเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานไว้
http://loft.exteen.com/20060212/interview-03
มีหลายตอนนะครับ ลองอ่านๆ ดูเป็นแนวทาง

นอกจากนี้ พวกสมัครงานผ่านเว็บ ก็ระวังไว้ว่า อาจจะมีบริษัทประกัน
และบริษัทที่ทำงานได้เดือนละแสน โทรมาหาบ่อยๆ พวกนี้ก็ระวังไว้
ผมเคยโดนบอกว่าจะให้ไปดูแลข้อมูลลูกค้าอะไรประมาณเนี่ย
ไอ้เราก็นึกว่าดูแลระบบฐานข้อมูลอะไรเงี้ย กลายเป็นขายประกันไปซะงั้น

แล้วก็.. มีเครื่องมือ คือ linkin.com อันนี้ก็พอช่วยได้บ้าง
มันเป็นเว็บที่จะแสดงว่าคนที่เรารุ้จักเค้ารู้จักใครบ้าง ในไทยมีคนใช้ยังไม่เยอะมาก
แต่ในวงการคอมก็พอมีเยอะพอสมควรนะครับ

ถ้าว่าง จะมาเขียนต่อเรื่องเริ่มต้นการทำงานนะครับ

เป็นกำลังใจให้คนหางานครับ สู้ๆ
ชีวิตเต็มที่ได้อีกเยอะ เป็ปซี่ เต็มที่เลย
(เอ๊ย ไม่เกี่ยวล่ะ)

ปล. คอมเมนท์ได้ตามสบายนะครับ เพราะแนวคิดผมอาจจะไม่ค่อยตามแนวคนปกติเค้า??

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตอนสัมภาษณ์อย่าปล่อยให้เค้าตั้งคำถามฝ่ายเดียวล่ะ เราต้องถามกลับไปบ้าง โต้ตอบให้เหมือนเป็นการคุยงานกันมากกว่าเป็นการสอบปากคำ

แล้วก็ตั้งใจฟังสิ่งที่เค้าพูดให้ดีๆ จับให้ได้ว่าเค้าอยากได้คนแบบไหน แล้วจากนั้นเราพยายามโยงตัวเราเข้ากับสิ่งที่เค้าต้องการ หรือถามไปตรงๆเลยก็ได้ว่า เค้าอยากได้คนแบบไหนสำหรับงานนี้ หรือบริษัทนี้

#1 By panuta (68.251.58.11) on 2007-03-07 01:16

เว็บ http://www.linkedin.com/ เปล่า

เออ.. เริ่มต้นการทำงานๆๆๆ น่าสนใจๆๆ แหะๆ

#2 By ZOMBIE on 2007-03-07 08:58

^
^
เออ ผิดจริงๆ ด้วย
ชอบเบลอๆ จะไปพิมเป็น linkin park เหอๆ

#3 By ไอ้แพท.. on 2007-03-07 09:28

อยากรู้เรทเงินเดือนอ่ะพี่ต่าย
แต่สายคอมเดี๋ยวนี้มันก็ตั้งแต่ 18k-20k หมดแล้วใช่รึป่าวคะ?

#4 By Na - th (นัท) on 2007-03-07 17:59

^
^
จบใหม่ 20k, 1 ปี 24k, 2 ปี 28k, 3 ปี 32k เป็นอย่างต่ำ
บางบริษัทยังไม่ปรับฐานก็มีบ้าง
เวลาเรียกให้เรียกมากกว่าที่เดิม 6-8k

#5 By kaze on 2007-03-09 00:24

อาจต้องมีการเตรียมตัวเรื่องภาษาอังกฤษด้วยคะ เคยไปสัมภาษณ์งานทีนึง ไม่เตรียมตัวเจอผู้จัดการมาสัมภาษณ์เองเป็นภาษาอังกฤษ ทำอึ้งไปเลยคะ
ปล.การเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งดีคะ แต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ดีนะคะ งงมัย
ไม่ได้สัมภาษณ์งานนานแล้วคับ ลืมความรู้สึกนี้ไปเลย

#7 By พี่ไท้ (58.64.127.227) on 2007-03-10 13:34

เรทนั้นเฉพาะสายคอมปะครับ ?
ถ้าหาลิงค์เจอรบกวนพี่ต่ายแปะๆหน่อยนะคับ

กะลังจะขึ้นปีหนึ่งเอง เตรียมความพร้อมก่อน >3<

#8 By Razhluk on 2007-03-11 10:45