การเดินทางภาค 1 (รถตู้)
posted on 13 Oct 2004 20:05 by ipatsจากที่ผมบอกเอาไว้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับการเดินทางในกรุงเทพ
ตั้งแต่ รถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้าใต้ดิน/บนดิน
เรือแสนแสบ เรือข้ามเจ้าพระยา (นึกออกแค่นี้อ่ะ)
วันนี้ขอเริ่มภาค 1 ด้วยรถตู้แล้วกันนะครับ
รถที่ผมนั่งบ่อยที่สุด
ขอเริ่มด้วยเรื่องเล่าน่ารักๆ ของคนในรถตู้ก่อนล่ะกัน
เนื่องจาก เคยเจอเหตุการณ์ประมาณว่า "ลืมกระเป๋าตัง"
(ไม่ใช่ผมเองนะ.. คนอื่นเค้า)
เหตุการณ์ก็มีอยู่ว่า ผมก็นั่งรถตู้ปกตินี่แหละ แถวหลังสุดที่มันนั่งได้ 3 คนเนี่ย
แล้วรถก็เต็มแล้ว.. แต่ปรากฏว่า จะมีคนขึ้น แล้วคนข้างหน้าก็ดัน (เสือก)
บอกว่า ยังมีว่างอีก 1 ที่ (เอากะมันซิ) เค้าก็เลยขึ้นมา.. แล้วไม่มีที่นั่ง..
สาวคนนี้เลยต้องมานั่งข้างหลัง รวมเป็น 4 คนเลย
เบียดๆ กันไปซักพัก คนที่นั่งข้างหลังอีกคนก็ลง เลยเหลือ 3 คน
รถวิ่งต่อไปอีกหน่อย สาวคนนั่นก็คงนึกขึ้นมาได้ว่า "ลืมเอากระเป๋าตังมา"
ก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อน (อ่ะแหละมั๊ง.. ผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่)
อ้อลืมบอกไป ผมนั่งริมขวาสุด สาวคนนั่นนั่งริมซ้ายสุด มีพี่ผู้หญิงคนนึงนั่งคั่นกลาง
แล้วซักพักเธอก็คุยๆ กับพี่ผู้หญิงคนนั่น
แล้วก็ขอยืมเงินไป พี่เค้าก็ให้ไป 50 บาท
สาวคนนั่นก็ขอบคุณแล้วก็พยายามขอที่อยู่พี่เค้า เพื่อจะเอาเงินไปคืน
พี่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไรค่ะ... สาวนั่นก็ หนูไม่สบายใจค่ะพี่ นะเด๋วหนูเอาไปคืนให้ที่บ้านเลยค่ะ
แต่พี่เค้าก็บอกไม่เป็นไร... แล้วซักพักพี่เค้าก็ถึงจุดหมาย ก็ลงไป
สาวคนนั้นก็ขอบคุณพี่เค้า แล้วหลังจากนั่นก็โทรไปหาเพื่อน เล่าให้เพื่อนฟัง
ประมาณว่าเนี่ย ขอยืมพี่เค้า แล้วพี่เค้าให้มา แล้วไม่เอาคืนด้วย บอกว่าไม่เป็นไรๆ...
ผมก็พอจะรู้เรื่องคราวๆ ก็ไม่ค่อยได้สนใจมากเท่าไหร่
(นี่ขนาดไม่ได้สนใจนะเนี่ย..)
ก็คิดว่า คนไทยนี่มีน้ำใจดีเนอะ..
ผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน
(แต่ไม่ใช่ลืมเอามานะ.. เป็นประมาณว่า "หาย")
ก็ให้ไปตามที่เราพอจะมีนั่นแหละครับ
ด้วยความคิดที่ว่า.. ถ้าวันนึงเราทำเงินหายจะทำอย่างไร
ก็คงต้องขอความช่วยเหลือแบบนี้บ้าง...
แต่นึกๆ ไป เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อนผมก็โทรมาขอยืมเงิน..
โดยบอกว่า.. กระเป๋าตังเพิ่งหายไป (ทั้งของตัวเองและของแฟน)
อยู่ ตวจ. เนี่ย จะกลับกรุงเทพ หายไป 8 พันมั๊ง
ให้โอนตังไปให้หน่อย... แต่ก็แหมนะ ตอนนั้นผมก็ไม่มีตังเหมือนกัน
แถมเป็นเสาร์อาทิตย์ซะด้วย (เพิ่งใช้ไปหมดเลย แหะๆ)
ก็เลยบอกไปว่าไม่มีอ่ะครับ ขอโทษทีนะครับ..
ก็ขอโทษด้วยนะ ถ้ามีหน่ะ ใครมายืมเราก็ให้..
แต่ตอนนั้นไม่มีหว่ะ แหะๆ
(..หลังจากนั่นวันสองวันได้คุยกันใหม่ก็ถามไป เค้าบอก
อ้อ.. ไม่เป็นไรแล้ว แม่โอนมาให้แล้ว.. แล้วไม่โทรหาแม่ตั้งแต่แรกฟะ.. แหะๆ)
...จบไป 1 เหตุการณ์
แต่เรื่องของรถตู้ยังมีอีกครับ
อย่างนึงก็คือ... ตำรวจกับรถตู้
ไม่รู้ว่าเค้าเป็นคู่กัดอะไรกัน
มีอยู่ครั้งนึง ผมนั่งรถไปเรียน..
กะว่าจะไปทันเวลาพอดี.. แต่แมร่ง
ไอ้รถที่ผมนั่งไปหน่ะซิครับ โดนโบก
ประมาณครึ่ง ชม. อ่ะ กว่าจะไปต่อ
คนบนรถก็บ่นกันใหญ่.. แล้วก็ใช่ว่าโดนคันสองคันนะครับ
รถตู้ที่ขับมาก็โดนกันหมดอ่ะ... เฮ่อออ
อีกเรื่อง (เรื่องสั้นๆ เขียนมายาวแย้ว อิอิ)
ไอ้รถตู้ที่ชอบจอดเนี่ย.. รู้มั๊ย รำคาญ
จะบอกว่าที่ผมนั่งรถตู้เนี่ย เพราะมันเร็วกว่ารถเมล์
แต่การกระทำของมันหน่ะ.. ถ้าคนไม่เต็ม มันก็จะชะลอๆ ตรงป้าย
คนก็ไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นอ่ะนะ มันก็ชะลออยู่นั่นแหละ
บางคนแมร่งก็จอดแช่เลย ซักพักค่อยไปต่อ..
แบบว่าถ้ามีคนขึ้นอ่ะนะก็ไม่ว่าหรอก.. เข้าใจว่าต้องหาลูกค้า
แค่นี่คนเค้าไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นเลย ก็ยังไปจอดรออีก.. นะ
ยิ่งหงุดหงิดสุดๆ ก็ไอ้ตรงที่ไฟแดงนี่แหละครับ มันเขียวๆ อยู่
แทนที่จะรีบขับไป ท่านก็มามัวชะลอรับผู้โดยสาร (แล้วก็ไม่มีคนขึ้นตามเคย)
จนมันไฟแดง! แล้วไฟแดงเนี่ยนะ กว่ามันจะวนมาเขียวอีกทีเนี่ย ไม่ใช่วิสองวินะครับ
เป็นนาทีๆ เลยนะครับ แล้วถนนในกรุงเทพเนี่ยแค่นาทีเดียวก็เกิด butterfly effect
กลายเป็นหลายสิบนาทีได้เลยนะครับ... เฮ่อออ
ไอ้แพท..




ผมว่าเดี๋ยวนี้ไฟแดงเดียวจัดเป็น Butterfly ไม่ได้นะ น่าจะเรียกว่าอีแร้งยักษ์มากกว่า
การสะบัดปีกของอีแร้งยักษ์ในมิติส่งผลให้เกิดพายุเฮอร์ริเคนในมิติคู่ขนาน เอิ๊ก~
#1 By zyxzenze on 2004-10-13 21:33