...

ตะลอนแอ่วเหนือ ตอน 1

posted on 16 Nov 2009 19:22 by ipats  in Travel

สวัสดีครับ

บางท่านที่ติดตาม twitter/facebook คงจะทราบว่า ปลายเดือนที่แล้วผมได้ไปเที่ยวภาคเหนือมา ถือว่าคุ้มมากกับการไป 5 วัน 4 คืน เพราะว่าไปหลายที่มากๆ ก็เลยคิดว่าน่าจะถึงแก่เวลา ที่จะเอาภาพมาฝากกันครับ

ที่ว่าไปหลายที่นั้น ลองดูแผนที่ประกอบ น่าจะเห็นภาพมากกว่า ว่าไปไหนมาบ้าง
(รูปในเอ็นทรี่นี้ทั้งหมด กดเพื่อไปดูภาพใหญ่ได้นะครับ)

cnxtripmap
ดูแผนที่ชัดๆ ในกูเกิ้ล

คือเริ่มจาก เชียงใหม่, ดอยสุเทพ, บ่อน้ำพุร้อนฝาง, ดอยอ่างขาง, หมู่บ้านนอแล, เชียงราย, ดอยตุง, แม่สาย, สามเหลี่ยมทองคำ, เชียงของ, วัดร่องขุ่น และกลับเชียงใหม่ วนรอบเป็นวงเลยครับ

ทริปนี้ เราเดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินวันทูโกจากดอนเมืองไปเชียงใหม่ (ด้วยค่าโดยสารไปกลับเพียง 2,000 บาท/คน) ข้อดีของสนามบินดอนเมืองเมื่อเทียบกับสุวรรณภูมิเลยว่า มันใกล้ (ผมอยู่รัชโยธินอ่ะ) ในสนามบินก็ไม่วุ่ยวาย เช็คอินแล้วก็เดินนิดหน่อยก็เข้าเกตได้สบาย เพราะ "เราไม่ได้มาเดิน แต่เรามาบิน" (ยืมมาจากนกแอร์)

ใช้เวลาประมาณไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินเชียงใหม่ (ถั่ว OX อร่อยสมคำล่ำลือ 555) รถโรงแรมก็มารับ ไปถึงโรงแรมประมาณสิบโมงกว่าๆ ปรากฏว่ารถเช่าที่ติดต่อไว้ก็เอารถมาส่งพอดี แต่เนื่องด้วยความงก...

คือ ผมไปวันที่ 18 - 22 รวม 5 วัน และรถเช่าก็คิด 5 วัน (ซึ่งเพื่อนบอกว่าจริงๆ ต้องคิดแค่ 4 วัน) คุยไปคุยมา ก็จบลงที่ เค้าจะให้รถตอน 4 โมงเย็น เพื่อที่เราจะเอามาคืนตอน 4 โมงเย็นวันที่ 22 จะได้ 4 วันพอดี, และเค้าก็ขับรถกลับไป ซึ่งจริงๆ อีกแค่ 5 ชม. เคี่ยวมากอ่ะ แต่ก็ยอม เพราะประหยัดไปได้อีกพันนึง

ผลคือ ว่างไป 5 ชม. ก็เลยเข้าห้องนอนเอาแรง แหะๆ

ตื่นมาเย็นๆ ได้เวลาเจ๊เคี่ยวเอารถมาส่ง ก็ออกเดินทางสู่ดอยสุเทพทันที ระหว่างทางก็เห็นนักปั่นหลายคนอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหนปั่นขึ้นดอยสุเทพเนี่ย ขนาดผมแค่ปั่นขึ้นสะพานหัวช้างยังเหนื่อยเลย หุหุ

DSCN0001 DSCN0003

ไปถึงก็ขึ้นรถกระเช้า (ผมว่ามันคือลิฟท์เอียงๆ มากกว่า) ราคาเพียง 20 บาท วิวด้านบนสวยดีครับ เห็นเมืองเชียงใหม่และตัวสนามบินได้ชัดเลย

DSCN0008 DSCN0006

บริเวณวัดก็เต็มไปด้วยระฆังครับ มีระฆังกะฆ้องยักษ์ด้วย ตอนแรกว่าจะมุดระฆังเข้าไป แต่ติดพุงเล็กน้อย 555

DSCN0016 DSCN0013

DSCN0026 DSCN0028

DSCN0018 DSCN0041

หลังจากลงดอยสุเทพก็ไปดูหนังครับ พอดีช่วงนั้น "รถไฟฟ้า มาหานะเธอ" เข้าอยู่ แล้วผมก็ยังไม่มีเวลาไปดู ไหนๆ ก็ไหนๆ เลยไปเดินเซ็นทรัลแอร์พอร์ทเชียงใหม่ซะเลยดูเสร็จ มึน นึกว่าอยู่เมเจอร์รัชโยฯ จะเดินกลับบ้านซะแล้ว :D

วันนี้เหนื่อยๆ ครับ เลยไม่ได้เที่ยวอะไรมาก (เพราะคืนก่อนเดินทางคือไม่ได้นอนเลย) ก็เลยแว๊บไปหาอะไรทานนิดหน่อย แล้วก็และเดินไนท์บาซ่า (สวนลุมดีๆ นี่เอง) เสร็จก็กลับห้องนอนเลย เพื่อเตรียมเที่ยวจริงๆ ในวันพรุ่งนี้

   

วันที่ 2

วันนี้ตื่นเช้ามา ก็ไปนั่งชิว กินกาแฟที่ร้านนี้ครับ ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ แต่น้องร้านนี้นี่แหละ ที่ทำให้ผมได้หมาใจดำกลับบ้าน รูปนี้ให้ดูถนนนะครับ เผื่อว่าใครจำได้ว่ามันแถวไหน

DSCN0043 DSCN0044

อิ่มเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปบ่อน้ำพุร้อนฝางครับ

ระหว่างทางแวะวัดที่ชื่อว่า "วัดถ้ำตับเตา" เป็นวัดที่ร่มรื่นมากครับ ผิดกับวัดในกรุงเทพมาก มีหอไตรฯ กลางน้ำ ปลาเต็มสระ แล้วก็มีถ้าด้วยครับ

DSCN0060 DSCN0070
DSCN0053 DSCN0055
  
ภายในถ้ำเค้าบอกว่าเดินเข้าไปได้อีก แต่ว่ามืดน่ากลัวอ่ะ (แค่อยู่ปากถ้ำก็ถ่ายรูปไม่ชัดแล้ว มืดมาก) บนเพดานถ้ำมีช่องด้านบน เป็นรูปหัวใจเลย สวยจริงๆ

DSCN0063  DSCN0062

อ้อ วัดนี้ไฮเทคด้วยนะครับ มี "DATA CENTER" ด้วย 555

DSCN0072 DSCN0075

ออกจากวัด ก็มาต่อที่บ่อน้ำพุร้อนทันที, น้ำที่นี่เค้าร้อนดีจริงๆ ครับ มีป้ายเขียนว่าเอาไข่มาลวกทานได้ด้วย (แอบเห็นเปลือกไข่ทิ้งเรี่ยราดด้วย - -")

DSCN0087 DSCN0091
DSCN0084 DSCN0090

มาถึงทั้งทีก็แช่น้ำไปซะหน่อย เค้าบอกว่าไม่ให้แช่เกิน 20 นาที แต่ผมว่า 10 นาทีก็ "ไข่สุก" แล้ว

หลังจากลวกไข่ เอ๊ย แช่น้ำร้อน จนสบายตัว ก็ออกเดินทางต่อ เพื่อหาที่นอน โดยคืนนี้ผมไม่ได้นอนโรงแรมแล้ว แต่เป็นที่บ้านพัก "สุวรรณภูมิ" (ชื่อนี่มัน เหอๆ) บ้านพักนี่อยู่บนดอยอ่างขางครับ

บรรยากาศจะเป็นอย่างไร ติดตามตอนหน้านะครับ ;)

ปล. ภาพอื่นๆ ดูได้ที่ flickr และ facebook นะครับ


2012: วันสิ้นโลก

posted on 11 Nov 2009 19:11 by ipats

สวัสดีครับ

หลายวันก่อน ผมได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่อง 2012 และพบว่ามันเป็น "หนังโลกแตก" ที่ดีมากเรื่องนึง เลยอยากเอามาแชร์ครับ ;)

ภาพยนตร์เรื่อง 2012 ฃื่อไทยคือ "วันสิ้นโลก" เป็นภาพยนตร์ไซไฟ แนว Apocalyptic ซึ่งหมายถึง เนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการสิ้นยุคของมนุษย์ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ตัวอย่างของหนังแนวนี้ก็เช่น Independence Day (ID4 - มนุษย์ต่างดาวบุกทำลายโลก) ; Armageddon, Deep Impact (ดาวหางจะชนโลก) ; The Day After Tomorrow (โลกร้อน) ; Terminator, The Matrix (เปิดศึกกับหุ่นยนต์)

เรื่องราวของ "2012" เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2010 เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าดวงอาทิตย์ได้ปล่อยอนุภาค "นิวตริโน" ในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนเอา "แกนโลก" ไปไว้ใน "เตาอบไมโครเวฟ" ซึ่งก็คือ แกนโลกจะร้อนขึ้น และสุดท้ายก็จะปลดปล่อยพลังงานออกมาที่ผิวโลก เป็นภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว และที่รุ่นแรงที่สุดก็คือ การเคลื่อนที่ของทวีป (ถ้ายังนึกไม่ออก เอาไข่ดิบไปเข้าเตาไมโครเวฟทั้งฟอง โดยไม่ต้องเจาะรู - พังไม่รับผิดชอบนะครับ)

จากการที่คาดการณ์ได้เป็นปี รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก จึงได้วางแผนรองรับกับเหตุการณ์นี้และในขณะเดียวกันก็ปิดข่าวเพื่อป้องกันความโกลาหลและความล่มสลายทางเศรษฐกิจต่างๆ แต่สุดท้ายแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็คาดการณ์ผิด เพราะหายนะมันจะมาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มาก ซึ่งก็คือในปี 2012 นั่นเอง


ตัวหนังจะดำเนินเรื่องเกี่ยวกับ "ทางออก" (solution) ของปัญหาที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ และการเอาตัวรอดของ "ครอบครัวธรรมดาๆ" ครอบครัวนึง ที่ต้องการรอดชีวิตด้วย "ทางออก" ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ผมว่ามันทำให้หนังแตกต่างจากหนังอย่าง Armageddon และเป็นไอเดียง่ายๆ ที่ยังไม่ค่อยเห็นใครหยิบมาใช้ (โดยส่วนตัวชอบไอเดียนี้มาก เพราะ [spoil] ผมคลั่งพวก biosphere และ generation ship)

นอกจากนี้ซีนการ "หนีความตาย" และความหายนะที่ได้เห็นในตัวอย่างหนังไปบ้างก็ทำออกมาได้ดี สมจริงมาก จนมีคนบอกว่า ขนาดดูตัวอย่างซีนเหล่านี้แบบเต็มไปแล้ว พอมาดูในโรงยังรู้สึกว่ามันเจ๋งอยู่เลย

ส่วนที่ชอบ

  • "ทางออก" ที่มันดู realistic, practical มากกว่าเรื่องอื่นๆ
  • "ทางออก" ของปัญหาของเรื่อง [spoil] ที่ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องเอาชนะธรรมชาติให้ได้ แต่เราต้องรอดให้ได้
  • ฉากหายนะ และการหนีตาย ที่มากทั้งปริมาณและคุณภาพ เสียงประกอบที่เร้าใจ
  • ส่วนใหญ่ของเรื่อง คือ การหนีตาย ซึ่งทำออกมาได้น่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็มีจังหวะให้พักบ้าง ไม่เหนื่อยเกินไป
  • ไม่ใช่เรื่องของ "โลกร้อน" (ในความหมายของ Global Warming) ที่เอียนมากแล้ว

ส่วนที่ไม่ชอบ
  • อะไร หลายๆ อย่าง มันเป็นมุขที่เห็นในหนังเรื่องอื่นมาหมดแล้ว "2012" เลยเหมือนแค่เอาสิ่งที่ดีๆ ในแต่ละเรื่องมารวมกัน

อื่นๆ
  • ทำไมครอบครัวในหนังแนวนี้ พ่อแม่ต้องหย่า/แยกกันอยู่, พ่อ/แม่ กับลูก ต้องอยู่ไกลกัน หรือไม่ก็ทะเลาะกัน แล้วฉากปิดก็จะคืนดีกัน หรือไม่ ก็ต้องให้ฝ่ายนึงเสียสละชีวิตแล้วอีกฝ่ายซึ้ง
  • ปธน. สหรัฐฯ ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามได้ตลอดเลย เช่นในเรื่อง ID4 ตอนท้ายที่พูดก่อนขับเครื่องบินรบนี่ขนลุกเลย
  • มันต้องมีใครซักคนที่ตาย ไม่งั้นไม่ซึ้ง
  • หนังยาวมาก ควรเข้าห้องน้ำ และงดกินน้ำในโรง
  • บางคนมองว่าที่หนังเรื่องนี้มันสมบูรณ์ จริงๆ แล้วก็เพราะมันยาวมาก เลยใส่มันได้ทุกอย่าง ทุกอารมณ์, มันเลยต้องมีซักฉากล่ะน่าเหมาะกับแต่ละคน
  • คนมีเงินสบาย คนจนช่างหัวมัน
  • ประเด็นที่ ประชาชนมีสิทธิ์ได้รู้ว่าจะเผชิญกับอะไร vs รัฐบาลต้องความคุม panic โดยไม่บอกประชาชน

สรุป
ใครชอบ "The Day After Tomorrow", "Deep Impact" หรือชอบฉากถล่มทลาย หายนะสิ้นโลก
ไม่ผิดหวัง!


หนังเข้าพรุ่งนี้, วันที่ 12 พฤษจิกายน เรท "ท" - ทั่วไป
ควรไปดูเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่อยากดูหนังแพง (ซึ่งตอนนี้ 140/160 กันเข้าไปแล้ว) หาโปรฯ ถูกๆ เช่นวันพุธ ไปดูก็ดีครับ



ของแถม

  • ตอนแรกที่อยากดูเรื่องนี้ เพราะ John Cusack ที่ชอบจากเรื่อง Runaway Jury ซึ่งเป็นหนังแผนสุดยอดมาก และพอได้เห็นตัวอย่าง ก็เพิ่มความอยากดูขึ้นอีกหลายเท่า
  • ผู้กำกับ/เขียนบท เรื่อง 2012 นี้ (Roland Emmerich) คือคนเดียวกับ ID4, The Day After Tomorrow และ The 13th Floor ซึ่งทั้งสามเรื่องคือผมชอบ :D
  • หนังแนวนี้ที่ผมชอบมาก คือ Deep Impact แต่ด้วยความสมบูรณ์ในอีกแนวของ 2012 ก็ทำให้มันขึ้นหิ้งไปด้วยกันเลย
  • หนังแนวนี้ที่ผมไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ คือ Knowing (จบแบบ.. แล้วที่ลุ้นมาทั้งเรื่องคืออะไรฟร่ะ) และ Happening (จบแบบ.. อ้าวเฮ๊ย แล้วที่นั่งดูมาทั้งเรื่องคือ!!!??) ส่วน The Mist นี่ตอนจบแบบเครียดสุดๆ อ่ะ จริงๆ แล้วก็ชอบ แต่โหดไปนิดนะ
  • ในวันที่ไปดูหนังเรื่องนี้ มีอาหารเลี้ยงด้วย ได้แก่ กินขนมจีน น้ำยาลาวาเดือด, เขียวหวานสะท้านโลกันต์, น้ำพริก 9.7 ริกเตอร์, น้ำเงี้ยว เสี้ยวซึนามิ, ไข่ต้มอมลาวา, ไก่ทอดรอดเปลวเพลิง, หมูก้อนร้อนระเบิด และกะทิปั่นสนั่นหิมาลัย ครีเอทจริงๆ
  • [spoil] ไม่รู้ว่าการพูดถึงทางออกของรัฐบาลจะสปอยไหม แต่ใน trailer มันก็พูดถึง "The Ship" ไปแล้วหนิ
  • รูปแบบการรีวิวได้รับแรงบันดาลใจ (ลอก) มาจากคุณ chubby เหอๆ

 

ตัวอย่างครับ

 

เรื่องของ SHE สามตัว

posted on 30 Oct 2009 16:29 by ipats
ตัวแรก
SHE 2850


ชีตัวนี้ เจ๊งเพราะตัวควบคุมเสียงพัง (in-line control)

ตัวถัดมา
SHE 7750

ชีตัวนี้ เพิ่งเจ๊งเมื่อวันก่อน หูซ้ายไม่ดัง คาดว่าน่าจะสายขาดใน

เมื่อวานเลย... ได้ชีอีกตัวมา
SHE 9700


ก็หวังว่า ชีตัวนี้ จะอยู่คู่กับผมไปนานๆ

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-