ปะ... ไปดูบอลกัน

posted on 25 Jan 2012 19:13 by ipats  in My-Life

สวัสดีปลายเดือน

สิ้นเดือนก็เหมือนดั่งสิ้นใจ  ใครว่าไว้ฉันไม่แคร์เธอไม่สน
รู้อย่างเดียวท่องขึ้นใจคือฉันจน  ชีวิตหม่น มาม่ามอด แดกแกลบเอย...

เอิ้กๆ :D

 

เรื่องของเรื่องคือ เสียบอลไปเยอะ หน้ามืด … เอ๊ย … ไม่ใช่ละ
การพนันเป็นเรื่องไม่ดีฮะ (เค้าว่ากันไว้ .. เค้าไหนก็ไม่รู้)

เอาเป็นว่า ถ้ารักกีฬา ชอบดูบอล ก็ดูกันสนุกสนาน
อย่าไปเล่นการพนันมันเลย เดี๋ยวจะหมดตัวกันนะฮะ

เข้าเรื่องกันดีกว่า... แบบว่า ผมหน่ะ ไม่ได้เป็นคนดูบอล เล่นก็ไม่เป็น
เอาว่า แค่รู้ว่ามันมีสองข้าง ข้างละ 11 คน วิ่งๆ แย่งลูกบอล
เอามาแตะเข้าประตูอีกฝ่าย เท่านี้ก็ถือว่าเป็นบุญละฮะ

แต่ด้วยความโชคดี จับผลัดจับผลูได้ไปดูบอลซะงั้น.. 
ด้วยเจ้าเก่า เจ้าเดิม ไปกับ P&G นั่นหล่ะครับ (ที่คราวก่อนได้ไปขี่มอไซต์นั่นแล แคมเปญเดียวกัน)

พิสูจน์ประสบการณ์แบบไม่ตามใคร

สงสัยว่าเค้าคงรู้ว่าผมไม่เคยไปดูบอลในสนามแบบนี้มาก่อน ก็เลยอยากให้ลองมาเปิดซิ่งดู :D

แต่ว่า ไอ้คนที่ดูบอลไม่เป็น เล่นไม่เป็น อย่างผม ไปดูคนเดียว ก็คงมึนๆ ไม่รู้เรื่อง
เค้าก็เลยใจดี ให้พาเพื่อนไปอีกคนนึง ผมก็เลยพาเจ้าคนนี้ไปด้วย ไปเป็นคนพากย์ให้ฟัง ฮ่าๆ

เข้าไปถึงห้องนั่งดูบอล.. งงๆ เอ๋อๆ นี่มันคืออาร๊ายยยยยย ที่นี่ที่หน่ายยยยยย~~~

บอลเป็นไงไม่รู้... รู้แต่ว่า มีน้องๆ สองคนนี้ยืนดูบอลอยู่อย่างตั้งใจข้างหน้าห้อง

เธอดูมั่นใจมากๆ เบย~~

ระหว่างเกมก็ดูๆ พยายามทำความเข้าใจกะเกมไปด้วย
นักบอลก็ตัวกระจิ๊ดนึง สายตาข้าพเจ้าก็ดีเหลือเกิน -*-

พอดีบอลมีช่วงพักครึ่ง.. เพิ่งรู้นะเนี่ย (ตอแหล มาก..)
ก็เลยได้จังหวะ "ฉก" ตัวน้องมาถ่ายรูปด้วยได้รูปนึง คริ คริ

พอเข้าครึ่งหลัง ก็เริ่มสนุกขึ้น แบบว่าเริ่มชินกะสถานที่ละ (ช่วงแรกตื่นคน คนเยอะไป ไม่เคย.. ฮ่าๆๆ)
กองเชียร์ส่งเสียงกระหนั่มมาก บอลไม่ดูละ นั่งดูกองเชียร์ร้องเพลง มันส์ดี :D

ดูไปดูมา กะลังเพลินๆ ก็หมดเวลา จบเกม.. แหม่ บอลมันน่าจะเตะกันซักสามชั่วโมงเนาะ

รู้สึกได้ว่า การมาดูบอลที่สนามเนี่ย มันสนุกกว่านั่งดูอยู่ที่บ้านมาก
มีกองเชียร์ ร้องเพลง ตีกลอง ฯลฯ มากมาย เหมือนกีฬาสีเลย

เสียอย่างเดียว.. แม่ม จัดที่เมืองทอง เดินทางลำบากอิ๋บอ๋าย ทั้งตอนไปตอนกลับ -*-
กลับมาบ้าน หมดแรง (หมดก็เพราะอีตอนขากลับ ที่ต้องเดินเรียกรถไกลมากๆ นี่แล)

ก็ต้องขอขอบคุณ P&G อีกครั้ง ที่พาผมไปเปิดซิงรอบที่สอง กับประสบการณ์แมนๆ แบบไม่ตามใคร
จนผมรู้สึกว่า ต้องรีบหยอดกระปุกแล้ว.. เผื่อจะได้มีเงินไปเที่ยวโอลด์แทรฟฟอร์ดบ้าง...

แต่

 

ได้ข่าวว่าสิ้นเดือนเมิงยังไม่มีตังแดรกมาม่าเลย... -*-

…เอวัง…

 

เสียวๆ มันๆ ใหญ่ๆ

posted on 12 Jan 2012 01:49 by ipats  in My-Life
สวัสดีปีใหม่ครับ

หายหน้าหายตากันไปนาน ไม่รู้ว่าลืมกันหรือยัง

จริงๆ แล้ว ที่หายไป ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีเรื่องจะมาเล่านะครับ เรื่องหน่ะ มีเยอะมากเลย แต่ไม่ค่อยมีแรงจะเขียน (วันๆ นั่งเฝ้าเซิร์ฟเวอร์ล่มก็หมดแรงละ.. ฮ่าๆ) เอาเป็นว่า ช่วงนี้มันเริ่มจะไม่ล่มละ ก็เลยพอมีเวลาแว๊บๆ มาเขียนบล็อกบ้าง.. สักเล็กน้อย Embarassed Embarassed

ไหนๆ จะเขียนทั้งที ผมก็ขอเขียนถึงเรื่องที่เสียวๆ ฮาๆ ก่อนเป็นเรื่องแรกละกันครับ, ถ้าใครยังจำได้ เมื่อประมาณ สามปีก่อน ผมได้เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ "เสียวๆ" เอาไว้ (ปั่น ปั่น ปั่น, เปิดซิงภาคแรก, เล่นเสียวกลางป่า)
 
… เอ่อ.. เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขี่ Mountain Bike หน่ะครับ วันเวลาผ่านไป มาคราวนี้ ผมได้ลองประสบการณ์เสียวๆ กับเจ้าสองล้ออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่เจ้าจักรยานแล้ว หากแต่เป็น เจ้าจักรยานติดเครื่อง... หรือมอเตอร์ไซต์นั่นเองครับ

เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจาก ทาง P&G ได้มีโครงการ "พิสูจน์ประสบการณ์ไม่ตามใคร" โดยประสบการณ์แรกที่ผมได้ไปร่วมพิสูจน์ก็คือ การไปทดลองขี่ Yamaha Big Bike นั่นเองครับ

ขึ้นชื่อว่า Big Bike ผมว่า ผู้ชายหลายๆ คนก็คงคิดว่ามันเท่ดี และครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากลอง อยากสัมผัส อยากเป็นเจ้าของ แต่ก็นะ.. ราคามันไม่ใช่ร้อย สองร้อย ที่จะไปเดินหาซื้อตามตลาดสดได้ซะมะไหร่ เมื่อมีโอกาสได้ลองขี่เจ้าตัวนี้ มีหรือ ผมจะพลาด

และนี่ก็คือ เจ้ารถมอเตอร์ไซต์ที่ทาง Yamaha เตรียมเอาไว้ให้เหล่าผู้โชคดีจาก P&G ได้ลองขี่กันครับ
 

แต่ละคันนี่ Big สมชื่อจริงๆ … ขนาดแค่จะขึ้น "คร่อม" ยังปีนอย่างยากลำบาก (แบบว่าตัวเตี้ยอะนะ)



เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าคร่อมแล้วขี่ออกไปเลย ดูท่าว่า ชีวิตจะไม่รอดออกจากสนามซ้อมได้ แต่ไม่ต้องห่วงฮะ งานนี้เค้ามีจัดอบรมก่อนให้เรียบร้อยโดยพี่วิทยากรที่สุดจะฮา และประสบการณ์โชคโชน พร้อมด้วยท่านนักบิดมืออาชีพ ที่อายุปาไปเจ็ดสิบแล้ว แต่ยังเร่งเครื่องได้เฟี้ยวฟ้าวจนผมถ่ายรูปไม่ทัน (เป็นข้ออ้างที่ไม่มีรูปท่านนักบิดวัยเจ็ดสิบ)
 
 

หลังจากการบรรยายภาคทฤษฎีเรียบร้อย ก็ถึงเวลาลงสนามจริง

เป็นที่น่าเสียดายว่า.. เพื่อความปลอดภัยในสนาม ผมจึงจำต้องเก็บกล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าล็อกเกอร์ จึงไม่มีภาพมาให้ชมกัน


มีเพียงภาพในช่วงท้ายการขี่ ซึ่งเราก็ได้ไปแอคถ่ายกันขำๆ (ช่วงขี่จริงมันส์กว่านี้มากฮะ มีขึ้นเนิน เข้าโค้งหักศอก ทางขรุขระ โค้งเลขแปด​ ฯลฯ แต่ละคน ขี่กันฟิ้วๆๆ.. แค่เสียงเครื่องก็สะเทือนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจแล้ว)


ประสบการณ์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกเลยครับ ที่ผมได้ลองขี่รถพวกนี้ อยากบอกว่า มันมาก สนุกมาก แล้วก็ปลอดภัยสุดๆ ครับ มีสต๊าฟคอยดูแลเราตลอด ใครล้ม ประคองรถไม่ไหว สต๊าฟจะวิ่งไปดูแลเลย ไม่ต้องห่วง

ถามว่า อยากได้รถแบบนี้ไหม.. แน่นอนฮะ จากที่อยากได้ ดูเท่ดีนะ.. พอมาได้ลองขี่จริงๆ …. แม่ง "สุดยอด" ชีวิตนี้ ต้องรีบหยอดกระปุกไปถอยมาสักคันแล้ว

สำหรับใครที่อยากลองประสบการณ์มันๆ แบบ "ไม่ตามใคร" ลองติดตามข่าวจาก หน้า P&G Champion เลยนะฮะ นอกจากการขี่รถ Big Bike แล้ว ยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่เป็นประสบการณ์ "แมนๆ" และ "มันๆ" ที่ไม่ควรพลาด ไว้คราวหน้า ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งเมื่อมีโอกาสว่างๆ อีกครับ

ขอปิดท้ายด้วย "ไฮไลท์" ของงานครั้งนี้ละกันนะครับ :D

 
 
 
 
 
 



รักจัดหนัก

posted on 27 Aug 2011 23:14 by ipats  in Entertainment
สวัสดีครับ
 
วันนี้ มีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง "รักจัดหนัก" ... ก็ขอนำมาเล่าให้ฟังกัน :D
 
 
"รักจัดหนัก" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Love, Not Yet
แค่ได้ยินชื่อในตอนแรก.. ผมก็ว่าเล่นคำได้ฮาและมีความหมายดี
 
ในรูปแบบของหนังนั้น ... ตัวภาพยนตร์ โปรโมทว่าเป็น "หนังยาวที่ถูกตัดซอยออกเป็น 3 ตอนย่อย" แต่สำหรับผม ผมมองว่า หนังเรื่องนี้ เป็นเหมือนเรื่องสั้น 3 เรื่อง ที่ถูก (พยายาม) นำมาต่อกัน -- ถ้าให้เทียบ ก็ประมาณ "รักมันใหญ่มาก" คือพยายามจะบอกว่าแต่ละเรื่องมันเกี่ยวกันนะ.. แต่มันแทบจะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวเนื่องกันเลย (ถ้าใครได้ดูรักมันใหญ่มากแล้ว ก็คงจะเข้าใจ)
 
สำหรับเนื้อเรื่องของหนังทั้งสามตอนนั้น จะวนเวียน เกี่ยวเนื่องอยู่ในเรื่องของเซ็กซ์ในวัยเรียน รวมไปถึงการตั้งครรภ์ ความสัมพันธ์ของตัวละคร สภาพสังคม แรงกดดันต่างๆ ฯลฯ โดยเนื้อเรื่องในสองตอนจะเป็นตัวแทนของสาเหตุในการมีเพศสัมพันธ์ คือ ไปเที่ยว (ตอนไปเสม็ด), เมาเหล้า (ตอนทอมแฮ้ง) และอีกตอนนึง จะเน้นเรื่องของความสัมพันธ์ของครอบครัวและสังคม (เป็นแม่เป็นเมีย)
 
ฉากในเรื่อง เริ่มต้นจากที่นักบาสสาวสองคน นั่งคุยกันอยู่ริมสนามบาส และอยู่ดีๆ ก็มีชายหนุ่มคนนึงวิ่งผ่านไป ตามมาด้วยชายแก่ขี่มอเตอร์ไซตาม และสุดท้าย เป็นผู้หญิงอีกคน แล้วสาวนักบาส ก็คุยกันว่า เนี่ย.. ไอ้หนุ่มคนนั้น ไปเจาะไข่แดงลูกสาวเค้าชัวร์ แล้วสาวนักบาสก็โชว์เพื่อนว่า เธอหน่ะ แค่ดูคนจับมือกันก็รู้แล้ว ว่าได้กันหรือยัง.. ทันใดนั้น ก็มีหนุ่มสาวอีกคู่เดินจูงมือกันผ่านมา
 
หลังจากนั้น ก็เป็นเนื้อเรื่องแต่ละตอน (สาวนักบาส ตอนทอมแฮงค์, กลุ่มที่วิ่งไล่กัน ตอนเป็นแม่เป็นเมีย, หนุ่มสาวที่จูงมือกันเดินมา ตอนไปเสม็ด... -- และที่ผมเข้าใจ.. ความเกี่ยวข้องของทั้งสามตอน ก็คือไอ้ฉากเปิดเรื่องเนี่ยแหละ!)
 
แต่ละตอน
 
- ไปเสม็ด เรื่องราวของหนุ่มสาว ที่ฉลองเรียนจบม.ปลาย โดยการ "ไปเสม็ด เสร็จทุกราย" ซึ่งพอกลับมาเข้าปี 1 ก็เกิดเรื่องขึ้นตามมา
 
- เป็นแม่เป็นเมีย เรื่องของหนุ่มสาว ที่ผู้หญิงท้อง แล้วอับอาย ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน วันๆ ก็อยู่กันสองคน ไม่กล้าแม้แต่ออกจากห้องมาพบพ่อแม่
 
- ทอมแฮ้ง เรื่องราวของสาว ผู้เป็นทอม แต่ดันไปเมาจนไม่มีสติ แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ (ตอนนี้ มีคุณแหม่ม จินตหรา แสดงด้วย.. ทำให้มีคะแนนความน่าสนใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
 
การนำเสนอของเรื่อง ก็พอยอมรับได้ แต่มันทำให้รู้สึกว่าว่า เหมือนโฆษณาคุมกำเนิดมากไปหน่อย คือมันตรงไปตรงมาจนน่าเบื่อ ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง รวมทั้ง ทั้งสามตอน พูดถึงแต่เด็กมัธยมและการท้อง จนทำให้ผมรู้สึก "เอียน"
 
ตัวหนัง เข้าใจว่าทาร์เก็ตกลุ่มเด็ก/เยาวชน เพื่อปลุกฝังค่านิยม safe sex + birth control แต่การดำเนินเรื่องไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่ จะว่าค่อนข้างน่าเบื่อเลยก็อาจจะได้ เพราะรู้ธงของหนังไปแล้ว มันเลยไม่มีอะไรให้ลุ้น มีแต่ดราม่าระหว่างเรื่อง ที่พยายามบ่งบอกข้อเสียของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (ซึ่งอย่างที่บอก.. มันตรงไปตรงมา อย่างกับแบบเรียน! - แล้วเด็กที่ไหนมันจะไปอยากดู๊ววว~~)
 
@plynoi บอกกับผมว่า หนังเรื่องนี้ เหมาะแก่การเอาไปเปิดในวิชาสุขศึกษาให้นักเรียนดู :)
 
สำหรับคำแนะนำผม.. อยากบอกว่า ถ้าทำเนื้อเรื่องได้น่าติดตาม และไม่ตรงไปซะขนาดนี้ ก็น่าจะออกมาได้น่าสนใจกว่านี้ (จริงๆ มีโอกาสที่จะได้คุยกับทางผู้ผลิตนะ แต่ไม่กล้าคุย เพราะไม่รู้จักใครซักคน.. กลุ่มคนที่ดู ประมาณยี่สิบคน เค้ารู้จักกันหมดเลยงะ, จะให้เราเดินไปบอกว่า เรารู้สึกว่าหนังเค้าสื่อออกมาไม่ประทับใจ.. มันก็ดูจะยังไงๆ อยู่ Y-Y)
 
ถ้าจะให้ให้คะแนน ผมให้ประมาณ 65% ครับ คือ ไม่ถึงกับดูแล้ว.. นี่มันหนังเหี้ยอะไร (< 40%) แต่ก็ไม่ได้ดูแล้วประทับใจน้ำตาไหลพราก (>80%)
 
ถามว่าน่าไปดูไหม สำหรับผม ถ้าไปดูหนัง แล้วเรื่องนี้ได้เวลาพอดี ก็สามารถไปดูได้ ไม่เสียดายเวลาครับ และอย่างที่ @plynoi พูดไว้ ผมคิดว่า ก.ศึกษา สมควรซื้อหนังเรื่องนี้ไปฉายในหลักสูตรวิชาสุขศึกษามากๆ, และคณะกรรมการเรทติ้ง ควรปรับจาก 15+ เป็น ส ครับ
 
หนังเข้าวันที่ 1 กันยายนนี้ .. ถ้ามีเวลา ผู้ปกครอง ก็พาลูกหลานไปดูกันได้ครับ :)
 
 
ปล. ขอขอบคุณ @kengggg กับ @plynoi ที่ชวนผมไปดูหนังเรื่องนี้ รอบพิเศษสุดๆ แบบว่า.. ไปดูกันที่แล็บของกันตนาเลยทีเดียว :D
 
ปล2. เห็นหนังเรื่องนี้ได้ฉายโรงแล้ว ก็นึกดีใจ คิดว่าน่าจะเป็นก้าวเล็กๆ ของหนังไทย ที่จะเปิดกว้างมากขึ้น.. จนคิดไปว่า.. วันหนึ่ง เราคงได้เห็นหนังขนาด Insects in the Backyard มาฉายได้
 
ปล3. ผมอาจจะมี bias จากการ "เบื่อ" หนังโรง ประเภทที่เอาหนังสั้นมาต่อๆ กัน.. ผมรู้สึกว่า หนังไทยในช่วงนี้ เล่นมุขนี้บ่อยกันเกินไปแล้ว!